thansettakij
thansettakij
Bnomics เปิดโจทย์เกษียณ หากอยู่ถึง 90 ปี ต้องมีเงินเพิ่ม 3.6 ล้านบาท

Bnomics เปิดโจทย์เกษียณ หากอยู่ถึง 90 ปี ต้องมีเงินเพิ่ม 3.6 ล้านบาท

18 ก.ย. 69 | 07:12 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ย. 69 | 07:12 น.

อายุยืนขึ้นต้องเตรียมเงินเพิ่มเท่าไหร่? Bnomics เปิดตัวอย่าง Longevity Risk หากเกษียณ 60 ปีและอยู่ถึง 90 ปี อาจต้องมีเงินเพิ่มถึง 3.6 ล้านบาท พร้อมแนวทางวางแผนเกษียณรับสังคมสูงวัย

KEY

POINTS

  • Bnomics ชี้ว่าคนไทยอายุยืนขึ้นทำให้เกิดความเสี่ยงที่เงินเกษียณอาจไม่เพียงพอ (Longevity Risk)
  • การวางแผนเกษียณเพื่อใช้เงินถึงอายุ 90 ปี อาจต้องเตรียมเงินเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับการวางแผนถึงอายุ 80 ปี
  • การเผื่ออายุขัยเพิ่ม 10 ปี ส่งผลให้ต้องเพิ่มเงินออมต่อเดือนอย่างมีนัยสำคัญ เช่น จาก 24,000 บาท เป็น 36,000 บาท
  • นอกจากการมีอายุยืนยาว ยังมีความเสี่ยงด้านค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นและการดูแลระยะยาวที่ต้องคำนึงถึงในการวางแผนเกษียณ

คนไทยอายุยืนขึ้น แต่ “เงินเกษียณ” อาจไม่ได้ยืนยาวตาม Bnomics ชี้ Longevity Risk กลายเป็นโจทย์สำคัญ หากคนอายุ 40 ปี เกษียณตอน 60 และต้องการใช้เงินเทียบเท่า 20,000 บาทต่อเดือนในวันนี้ การวางแผนให้เงินพอถึงอายุ 90 ปี อาจต้องเตรียมเงินเพิ่มจากกรณีใช้ถึงอายุ 80 ปีถึง 3.6 ล้านบาท

อยู่ถึง 90 ปี เงินเกษียณอาจเพิ่ม 3.6 ล้าน

การมีชีวิตยืนยาวขึ้นถือเป็นข่าวดี แต่สำหรับการวางแผนการเงิน “อายุที่เพิ่มขึ้น” ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องเตรียมรับมือมากขึ้นเช่นกัน เพราะหากช่วงชีวิตหลังเกษียณยาวนานกว่าแผนที่วางไว้ เงินที่สะสมอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

Bnomics ชี้ว่า ความเสี่ยงดังกล่าวเรียกว่า Longevity Risk หรือความเสี่ยงจากการมีอายุยืนกว่าที่วางแผนไว้ และกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของการวางแผนเกษียณทั่วโลก

ตัวอย่างเช่น หากคนอายุ 40 ปี เริ่มวางแผนเกษียณที่อายุ 60 ปี และต้องการใช้เงินหลังเกษียณเทียบเท่า 20,000 บาทต่อเดือนในมูลค่าเงินวันนี้ โดยสมมติเงินเฟ้อเฉลี่ย 2% ต่อปี และเงินหลังเกษียณสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกับเงินเฟ้อ

เมื่อถึงอายุ 60 ปี ค่าใช้จ่าย 20,000 บาทในวันนี้จะเพิ่มเป็นประมาณ 29,700 บาทต่อเดือน หากวางแผนให้เงินเพียงพอถึงอายุ 80 ปี จะต้องมีเงินประมาณ 7.1 ล้านบาท แต่หากต้องการเผื่อให้ใช้ได้ถึงอายุ 90 ปี เงินก้อนดังกล่าวจะเพิ่มเป็นประมาณ 10.7 ล้านบาท

นั่นหมายความว่า เพียงการเผื่ออายุขัยเพิ่มอีก 10 ปี อาจทำให้ต้องเตรียมเงินเกษียณเพิ่มขึ้นประมาณ 3.6 ล้านบาท

หากเริ่มจากเงินออมเป็นศูนย์เมื่ออายุ 40 ปี และสมมติว่าเงินออมสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 2% ต่อปีตลอด 20 ปีก่อนเกษียณ จะต้องออมประมาณ 24,000 บาทต่อเดือน หากต้องการให้เงินเพียงพอถึงอายุ 80 ปี ขณะที่หากต้องการเผื่อถึงอายุ 90 ปี จะต้องออมประมาณ 36,000 บาทต่อเดือน

ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นผลกระทบของ Longevity Risk เนื่องจากเงินที่แต่ละคนต้องเตรียมจริงยังขึ้นอยู่กับเงินออมเดิม ผลตอบแทนจากการลงทุน เงินเฟ้อ รายได้หลังเกษียณ รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิต

คนไทยอายุยืนขึ้น 26 ปีในกว่า 6 ทศวรรษ

ข้อมูลจาก World Bank ระบุว่า อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของคนไทยเพิ่มจากประมาณ 50.6 ปีในปี 2503 เป็น 76.6 ปีในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นราว 26 ปีในช่วงกว่า 6 ทศวรรษ จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ ระบบสาธารณสุข และการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยสภาพัฒน์ฯ คาดว่าไทยจะเข้าสู่ Super-aged Society ในปี 2576 และภายในปี 2583 ผู้สูงอายุอาจมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของประชากร

การมีชีวิตยืนยาวขึ้นจึงทำให้โจทย์ของการเกษียณไม่ได้อยู่ที่ “มีเงินเท่าไร” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบให้ได้ว่าเงินก้อนนั้นจะสามารถรองรับชีวิตที่อาจยาวนานอีก 20–30 ปีหลังเกษียณได้หรือไม่

ค่ารักษาพยาบาล–Long-term Care ความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้

อีกความเสี่ยงสำคัญคือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าครองชีพทั่วไป โดย WTW คาดว่า Medical Trend ของไทยในปี 2569 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มต้นทุนค่ารักษาพยาบาลในระบบประกันสุขภาพ จะอยู่ที่ประมาณ 10.8%

เมื่อเกิดการเจ็บป่วย ค่าใช้จ่ายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่ารักษาพยาบาล แต่อาจรวมถึงรายได้ที่หายไป ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการดูแล และภาระที่ตกกับสมาชิกในครอบครัว ขณะที่โรคร้ายแรงเพียงครั้งเดียวก็อาจกระทบเงินก้อนที่สะสมมาหลายสิบปี

นอกจากนี้ อายุยืนไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงชีวิต เพราะยังมีความแตกต่างระหว่าง Life Expectancy และ Healthy Life Expectancy (HALE) โดยข้อมูล WHO ระบุว่า คนไทยมีช่องว่างระหว่างอายุคาดเฉลี่ยกับช่วงชีวิตที่คาดว่าจะมีสุขภาพดีประมาณ 9.5 ปี

ดังนั้น การวางแผนเกษียณจึงต้องถามมากกว่าว่า “จะมีชีวิตอยู่ถึงกี่ปี” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า “ในช่วงหลายปีนั้นจะมีสุขภาพแบบไหน”

อีกโจทย์ที่ตามมาคือ Long-term Care หรือการดูแลระยะยาว โดย World Bank เคยประเมินว่า จำนวนคนไทยอายุเกิน 80 ปีที่ต้องการความช่วยเหลืออาจเพิ่มจากประมาณ 400,000 คนในปี 2560 เป็นเกือบ 2.5 ล้านคนในปี 2580 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่า

ขณะที่ครอบครัวไทยมีขนาดเล็กลง จำนวนบุตรลดลง และสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรวัยทำงานเพิ่มขึ้น การพึ่งพาลูกหลานให้เป็นผู้ดูแลเหมือนในอดีตจึงอาจทำได้ยากขึ้น

เงินเกษียณอาจไม่พอ หากรายได้ลดแต่ค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ความเสี่ยงดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญเมื่อคนไทยบางส่วนเข้าสู่วัยสูงอายุพร้อมกับเงินสำรองที่จำกัด

ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ผู้สูงอายุเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 44.6% ไม่มีเงินออมเลย ขณะที่ราว 1 ใน 3 ยังต้องทำงานหารายได้ และกว่า 64% ของผู้สูงอายุที่มีเงินออม มีเงินออมไม่ถึง 100,000 บาท

เมื่ออายุยืนขึ้น สิ่งที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันคือ รายได้ลดลง ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น และจำนวนปีที่ต้องใช้เงินยาวขึ้น ซึ่งทำให้การวางแผนเกษียณตั้งแต่ก่อนถึงวัย 60 ปีมีความสำคัญมากขึ้น

วางแผนเกษียณใหม่ ต้องคิดทั้งอายุขัยและสุขภาพ

Bnomics แนะนำว่า การรับมือกับ Longevity Risk ควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ได้หมายถึงการสะสมเงินเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูแลสุขภาพเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการออมและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

การวางแผนควรเริ่มจากการกำหนดค่าใช้จ่ายหลังเกษียณในมูลค่าเงินปัจจุบัน จากนั้นคำนึงถึงเงินเฟ้อ ระยะเวลาหลังเกษียณ และรายได้ที่อาจยังมีอยู่ เช่น เงินบำนาญหรือรายได้จากสินทรัพย์

ขณะเดียวกัน ควรแยกเงินฉุกเฉินและเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลออกจากเงินที่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายประจำหลังเกษียณ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ไม่คาดคิดเพียงครั้งเดียวกระทบเงินก้อนทั้งหมด

การลงทุนก็เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินเติบโตทันค่าครองชีพในอนาคต แต่ผลตอบแทนที่สูงขึ้นมักมาพร้อมความผันผวนและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น จึงควรเลือกให้สอดคล้องกับระยะเวลา เป้าหมาย และระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้

นอกจากนี้ ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันชีวิต หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดหลังเกษียณ อาจเป็นเครื่องมือสำหรับโอนความเสี่ยงบางส่วนออกจากเงินออม อย่างไรก็ตาม ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดเหมาะกับทุกคน การเลือกใช้ควรพิจารณาร่วมกับภาระหนี้ คนในครอบครัวที่พึ่งพารายได้ สวัสดิการที่มี เงินสำรอง และความเสี่ยงที่สามารถรับไว้ได้

ท้ายที่สุด อายุยืนคือข่าวดี แต่เงินก็ต้อง “อายุยืน” ไปพร้อมกับเรา เพราะการวางแผนเกษียณในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเตรียมเงินสำหรับวันที่ไม่มีรายได้ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตที่อาจยาวนานกว่าที่เคยคาดคิด ทั้งในด้านสุขภาพ การเงิน และการดูแลในระยะยาว