
AMRO มั่นใจเศรษฐกิจไทย ลงทุนระลอกใหม่หนุน GDP โต 2.4% ต่อเนื่อง
AMRO ส่งสัญญาณบวกเศรษฐกิจไทย ประเมิน GDP ปี 2569-2570 โตต่อเนื่อง 2.4% ชี้คลื่นลงทุนใหม่และส่งออกสินค้าเทคโนโลยีเป็นแรงขับสำคัญ หนุนนโยบายเร่งดึง FDI พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตระยะยาว
KEY
POINTS
- AMRO คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทย (GDP) จะขยายตัวต่อเนื่องที่ 2.4% ในปี 2569 และ 2570 โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการลงทุนระลอกใหม่
- การลงทุนระลอกใหม่จะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New Economy) เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
- นโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลเริ่มเห็นผล โดยมูลค่าคำขอลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 37% และการลงทุนจริงเพิ่มขึ้น 27%
เศรษฐกิจไทยได้รับสัญญาณบวกจากองค์กรวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 หรือ AMRO ซึ่งแสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 2.4% ต่อเนื่องทั้งในปี 2569 และ 2570 โดยมองว่าแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะต่อไปจะมาจากคลื่นการลงทุนระลอกใหม่ การลงทุนจากต่างประเทศ และการส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ผันผวน และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ประเทศไทยยังต้องเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน รวมถึงรายได้หลักจากการส่งออกและการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดประเทศไทยได้รับมุมมองเชิงบวกจาก องค์กรวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office) หรือ AMRO ที่แสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและความพยายามในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย
AMRO ประเมิน GDP ไทยโต 2.4% ต่อเนื่อง 2 ปี
เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะผู้แทนของ AMRO นำโดย นาย Yasuto Watanabe ผู้อำนวยการ AMRO และ นาย Dong He หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ได้เดินทางเยือนประเทศไทยและหารือกับผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ
AMRO ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถรักษาระดับการขยายตัวไว้ที่ 2.4% ทั้งในปี 2569 และปี 2570 สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ขณะที่ นายแอลเลน อึง (Allen Ng) หัวหน้าคณะประเมินเศรษฐกิจประเทศไทยของ AMRO ระบุว่า จากการติดตามเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงที่ AMRO มีความเชื่อมั่นต่ออนาคตเศรษฐกิจไทยมากที่สุด
โดยประเมินว่า คลื่นการลงทุนระลอกใหม่ และการส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับศักยภาพการเติบโต และช่วยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต
ชี้นโยบายเร่งลงทุนคือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
มุมมองเชิงบวกของ AMRO สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการเร่งรัดการลงทุนและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากระดับ 20% เป็น 30% ของ GDP ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนและการเร่งผลักดันโครงการสำคัญให้เกิดขึ้นจริง
นโยบายดังกล่าวรวมถึงมาตรการเชิงรุก “Thailand Fast Pass” ซึ่งมุ่งอำนวยความสะดวกและเร่งรัดกระบวนการลงทุน โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแลคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ให้ความสำคัญกับการดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ควบคู่กับการผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในประเทศไทย
BOI ครึ่งปีแรกโตแรง คำขอลงทุนทะลุ 1.47 ล้านล้าน
ผลจากการเดินหน้านโยบายส่งเสริมการลงทุนเริ่มสะท้อนผ่านตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37%
ขณะที่การลงทุนจริงที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่ากว่า 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแรงส่งของการลงทุนที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ปักหมุด New Economy ดึง Data Center-AI-EV
อีกหนึ่งทิศทางสำคัญ คือการเร่งผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ New Economy โดยมุ่งเน้นเศรษฐกิจดิจิทัล ศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
ควบคู่กับการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น BOI to IPO และ JUMP+ เพื่อช่วยยกระดับผลิตภาพของภาคธุรกิจ รวมถึงพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่
เป้าหมายไกล ดันไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
AMRO ประเมินว่า หากประเทศไทยสามารถรักษาแรงส่งของการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้ผลประโยชน์จากการลงทุนกระจายไปสู่ระบบการจ้างงาน รายได้ และเศรษฐกิจในวงกว้างมากขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ท้ายที่สุด การลงทุนระลอกใหม่อาจไม่เพียงเป็นเครื่องยนต์ช่วยพยุงการเติบโตของ GDP ในระยะสั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของเศรษฐกิจ และเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเป็น ประเทศรายได้สูง (High-Income Country) ในระยะต่อไป







