thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 295 จุด แตะ 53,061 จุด นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นร่วง ดันตลาดฟื้น

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 295 จุด แตะ 53,061 จุด นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นร่วง ดันตลาดฟื้น

03 ก.ย. 69 | 01:11 น.

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 295 จุด แตะ 53,061 จุด S&P500-Nasdaq บวกยกแผง นักลงทุนแห่ช้อนซื้อหุ้นร่วง ดันตลาดฟื้น แม้น้ำมันโลก-สงครามอิหร่านกดดัน จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 295.07 จุด แตะที่ระดับ 53,061.95 จุด
  • ตลาดได้รับแรงหนุนสำคัญจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มที่ราคาปรับตัวลดลงก่อนหน้านี้
  • การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นอีกปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนตลาดหุ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (2 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ 

นอกจากนี้ การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,061.95 จุด เพิ่มขึ้น 295.07 จุด หรือ +0.56%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,666.60 จุด เพิ่มขึ้น 35.13 จุด หรือ +0.46%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,217.83 จุด เพิ่มขึ้น 118.05 จุด หรือ +0.45%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 4.784% หลังจากที่พุ่งแตะ 4.814% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 โดยเป็นผลมาจากความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและเสี่ยงที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ระบุว่า การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แต่เป็นการสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ

ภาวะ-แนวโน้มเศรษฐกิจขับเคลื่อนพันธบัตรสหรัฐฯ

วิลเลียมส์ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) และมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ระบุว่า สิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรคือภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนขนานใหญ่ในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ,ศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยีโดยทั่วไป 

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 295 จุด แตะ 53,061 จุด นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นร่วง ดันตลาดฟื้น

 

นอกจากนี้ยังมองว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงมีเสถียรภาพ แม้ว่าราคาสินค้าปรับตัวขึ้นในปีนี้จากผลกระทบของภาษีศุลกากรและสงครามอิหร่าน

 หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 1.53% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 1.16% ส่วนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง 0.8% 

หุ้นกลุ่มสายการบิน กลุ่มเหมืองทองคำและโลหะเงิน และกลุ่มธนาคารระดับภูมิภาค ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ขณะที่ดัชนี Russell 2000 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปต่ำ ดีดตัวขึ้น 1.1%

ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย ปรับตัวขึ้น 0.45% ซึ่งฟื้นตัวหลังจากอ่อนแรงลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา 

หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และการบริการซอฟต์แวร์ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ถูกดิสรัปต์โดย AI นั้น ปรับตัวลดลง

หุ้น Nvidia พุ่ง 3.2%

หุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 3.2% ขณะที่หุ้น Micron Technology และหุ้น Qualcomm ปรับตัวขึ้น 2.4% และ 2% ตามลำดับ ด้านนักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Broadcom ซึ่งจะมีการเปิดเผยหลังปิดตลาด

หุ้น Dell ซึ่งเป็นบริษัทฮาร์ดแวร์ ทะยานขึ้น 15.8% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรและรายได้รายปี

หุ้น Brown-Forman ผู้ผลิตวิสกี้ Jack Daniel’s พุ่งขึ้น 3.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 295 จุด แตะ 53,061 จุด นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นร่วง ดันตลาดฟื้น

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ระบุว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 38,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 47,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 46,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค.

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (4 ก.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากที่ลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนส.ค.

นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยล่าสุดมีรายงานว่า ผู้ช่วยระดับสูงของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังพยายามควบคุมไม่ให้สงครามอิหร่านลุกลามบานปลายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. เพื่อรักษาฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน และเพื่อช่วยให้กองทัพสหรัฐฯ มีเวลาพักฟื้นและเพิ่มคลังอาวุธที่กำลังร่อยหรอลง