thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาด 53,559 จุด ร่วงเฉียด 10 จุด ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.

ดาวโจนส์ปิดตลาด 53,559 จุด ร่วงเฉียด 10 จุด ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.

29 ส.ค. 69 | 01:23 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ส.ค. 69 | 01:23 น.

ดาวโจนส์ปิดตลาดลบเกือบ 10 จุด แตะ 3,559 จุด รับแรงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย วอร์ชย้ำเงินเฟ้อยังไม่ลง 2% ขณะที่ Nasdaq ร่วง 0.52% หุ้นเทคโนโลยีอ่อนตัว

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลงเล็กน้อย 9.45 จุด มาอยู่ที่ระดับ 53,559.99 จุด
  • สาเหตุหลักมาจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ย้ำจุดยืนในการควบคุมเงินเฟ้ออย่างเข้มงวด
  • คำแถลงดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (28 ส.ค.) หลังเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ย้ำจุดยืนในการควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,559.99 จุด ลดลง 9.45 จุด หรือ -0.02%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,711.76 จุด ลดลง 19.23 จุด หรือ -0.25%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,402.42 จุด ลดลง 138.93 จุด หรือ -0.52%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 0.53%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.49% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.85%

วอร์ชระบุในการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลเป็นครั้งแรกว่า หากเฟดไม่มีความเชื่อมั่นมากพอว่าเงินเฟ้อกำลังลดลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจนและรวดเร็วเพียงพอ เฟดก็จะต้องดำเนินการเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดตลาด 53,559 จุด ร่วงเฉียด 10 จุด ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย ก.ย.

 

ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. โดยวอร์ชระบุว่า ข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้บ่งชี้ว่าแนวโน้มเงินเฟ้อกำลังเปลี่ยนแปลง

นักลงทุนแบ่งเป็น 2 ฝ่าย

นักลงทุนมีมุมมองแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างใกล้เคียงกัน ระหว่างการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับก่อนที่ข้อมูลเงินเฟ้อในเดือนนี้จะออกมาในลักษณะผสมผสาน

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดตอบสนองต่อถ้อยแถลงของวอร์ชในระดับจำกัด เนื่องจากวอร์ชยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% จะยังคงอยู่ โดยเป็นการย้ำจุดยืนด้านนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากเดิม

นักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนบางส่วนเคยคาดว่าจุดยืนดังกล่าวอาจผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ถ้อยแถลงล่าสุดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ส่วนนักวิเคราะห์อีกรายระบุว่า แม้ถ้อยแถลงของวอร์ชจะเป็นเรื่องที่น่าพอใจ แต่คำพูดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ โดยวอร์ชจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. เว้นแต่ข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อในเดือนส.ค.จะออกมาอ่อนแออย่างมาก มิฉะนั้นวอร์ชอาจสูญเสียความน่าเชื่อถือ

ถ้อยแถลงของวอร์ชถือเป็นการปิดท้ายสัปดาห์ที่มีความเคลื่อนไหวอย่างมาก ซึ่งมีทั้งการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Nvidia และ Salesforce รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่

หุ้นชิปเคลื่อนไหวผสมผสาน

หุ้นกลุ่มชิปเคลื่อนไหวผสมผสานและอ่อนตัวลงจากการพุ่งขึ้นในวันก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Nvidia และสะท้อนว่าการขยายตัวของธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไป

หุ้น Nvidia ซึ่งมีน้ำหนักสูงต่อตลาดร่วง 4.6% ขณะที่หุ้น Marvell Technology ดิ่ง 10.3% จากความกังวลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากข้อตกลงชิป AI กับ Google ของ Alphabet แม้ Marvell จะปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในปี 2570 

หุ้นขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Alphabet เพิ่มขึ้น 1.7% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มบริการสื่อสารของดัชนี S&P500 เป็นกลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนีมากที่สุด ขณะที่หุ้น Apple เพิ่มขึ้น 1.6%

หุ้น Salesforce ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้น 1.6% และช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์

หุ้น PayPal ร่วง 12.7% หลัง Bloomberg  News ระบุว่า กลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วย Advent ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนซื้อกิจการ และ Stripe บริษัทประมวลผลการชำระเงิน ตัดสินใจยุติความพยายามเข้าซื้อกิจการ PayPal

หุ้น Gap พุ่งขึ้นเกือบ 13% หลังบริษัทแต่งตั้ง ไมเคิล ฟรานซิส ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรม เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ Old Navy และปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี

ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนฉบับปรับปรุงครั้งสุดท้ายอยู่ที่ 51.7 จุด สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 51 จุด