thansettakij
thansettakij
กบข.ชู Hybrid TPA บริหาร 1.6 ล้านล้าน แผนหุ้นไทยผลตอบแทนสูง 34.69%

กบข.ชู Hybrid TPA บริหาร 1.6 ล้านล้าน แผนหุ้นไทยผลตอบแทนสูง 34.69%

27 ส.ค. 69 | 08:24 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 69 | 08:46 น.

กบข.เผยเงินเกษียณสมาชิกเฉลี่ยเพียง 1-1.5 ล้านบาท เร่งแก้กฎหมายเปิดทางอดีตสมาชิกออมต่อ พร้อมปรับกลยุทธ์ลงทุน หลังแผนหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงสุด 34.69%

KEY

POINTS

  • กบข. ปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่โดยใช้แนวคิด Hybrid TPA (Total Portfolio Approach) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวท่ามกลางตลาดที่ผันผวน
  • ปัจจุบัน กบข. มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) มูลค่ารวม 1.6 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • ผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีถึง 16 ส.ค. 69 พบว่าแผนการลงทุนหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงสุดที่ 34.69%

นายศรพล ตุลยเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ

สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคง ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน

เชื่อมโยงข้อมูล 4 พันธมิตร

กบข. จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ

อาทิ กระทรวงการคลัง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม สู่การออกแบบบริการและคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กบข. ยังมีแนวคิดผลักดันการปรับปรุงกฎหมายขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข. ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมามีการสำรวจสมาชิก พบว่า 80-90% สนใจจะเอาเงินกลับมาออมต่อ โดยขณะนี้มีการจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อพิจารณาการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) และเสนอกระทรวงการคลังต่อไป

"การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวนั้น โดยขยายสิทธิ์ตามกฎหมายด้านสมาชิก เช่น ให้อดีตสมาชิกนำเงินก้อน กบข. ที่ได้รับตอนเกษียณกลัยมาให้กบข.บริหารต่อ , ให้สิทธิอดีตสมาชิกส่งเงินบำนาญ รายเดือนหรือเบี้ยหวัดกลับมาให้ กบข.บริหาร หรือ จัดสิทธิสวัสดิการให้แก่ผู้ออมต่อ รวมถึงการพัฒนาทางเลือกการบริหารเงินหลังเกษียณ"

นายศรพล ตุลยเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

ชูแนวคิด Hybrid TPA ปรับกลยุทธ์ลงทุน

ในด้านการลงทุนนั้น จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์ลดลง

กบข. จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ (Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก

โดยปัจจุบัน กบข. ได้เริ่มนำแนวคิด Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ กบข. จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Leadership) ผ่านการขับเคลื่อนแนวทาง Active Ownership และบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้สมาชิก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ

ขณะเดียวกัน กบข. จะขับเคลื่อนองค์กรพร้อมก้าวสู่อนาคต (Data & AI Organization) ด้วยการวางฐานข้อมูล พัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยนำ AI มาใช้ในการประมวลผลในงานด้านลงทุน บริการสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร เพื่อให้ทำงานรวดเร็ว ลดงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด พร้อมทั้งช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

“กบข. จะเป็นมากกว่าผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ เราจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจสมาชิก การลงทุนอย่างมืออาชีพ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเส้นทางสู่การเกษียณที่มั่นคง พร้อมทำให้เงินลงทุนของ กบข. เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ” 

GPF FUND FACT SHEET

หุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงสุด

สำหรับผลตอบแทน กบข. ตั้งแต่ต้นปีถึง 16 สิงหาคม 2569 แผนการลงทุนพื้นฐานทั่วไป อยู่ที่ 8.08% แผนการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์ 20.41% แผนหุ้นต่างประเทศ 24.19% แผนหุ้นไทย 34.69% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ เศรษฐกิจยังเติบโต แต่ความผันผวนจะสูง

สำหรับความท้าทายในช่วงครึ่งปีหลัง มีดังนี้

  1. ความเสี่ยงฟองสบู่ AI Semiconductor
  2. ช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมัน
  3. เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย
  4. ตราสารหนี้ภาครัฐ และ Bond Yield ระยะยาว
  5. ภาษีสหรัฐฯ และการแบ่งขั้นการค้า
  6. การเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Election) ของสหรัฐ

AUM ขยายตัว 1.6 ล้านล้าน 

ปัจจุบัน กบข. มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) อยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท และมองว่ายังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ตาม 2 ส่วนหลัก คือ 1. มีการออมเพิ่ม แต่ตอนช่วงเกษียณก็จะมีการถอนออก และ 2. ปัจจัยเรื่องราคาสินทรัพย์ขึ้นค่อนข้างเยอะ และมีสมาชิกมากกว่า 1.2 ล้านราย

ส่วนผลตอบแทนการลงทุนของ กบข. ณ วันที่ 16 ส.ค. 2569 พบว่า แผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป ผลตอบแทน 8.08% , แผนสมดุลตามอายุสัดส่วนใหม่ สมาชิกอายุน้อยกว่า 50 ปี ให้ผลตอบแทน 17.23% , แผนกองทุนรวมวายุภักษ์ ให้ผลตอบแทน 12.26% 

แผนการลงทุนตามหลักซะรีอะฮ์ ให้ผลตอบแทน 20.41% , แผนหุ้นไทย ให้ผลตอบแทน 34.69% , แผนหุ้นต่างประเทศ​ผลตอบแทน 24.19% ,​แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ผลตอบแทน 15.79% และแผนทองคำ ผลตอบแทน 5.58% เป็นต้น

ภาระหนี้ฉุดความสามารถในการออม

ทั้งนี้ ปัจจุบัน พบว่า สถานะการออมเพิ่มของสมาชิก ณ 31 ก.ค. 2569 พบว่า 832,396 ราย หรือ คิดเป็น 65% ไม่ออมเพิ่มเลย และ 447,866 ราย หรือคิดเป็น 35% ออมเพิ่ม และมีเพียง 35,391 ราย หรือ 8% ที่มีการออมสูงสุด 27%

อีกทั้งยังพบว่า สมาชิกไม่ค่อยเลือกแผน โดย 831,482 ราย หรือ 65% ไม่เลือกแผนการลงทุน และ 446,073 ราย หรือ 35% มีการเลือกแผนการลงทุน และพบว่า สมาชิกไม่ค่อยออมต่อ ซึ่ง ณ มิ.ย. 2569 มีผู้ออมต่อ 8,153 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 67 ราย หรือ ประมาณ 0.8%

โดยยอมเงินในบัญชีของผู้ออมต่อ น้อยกว่า 1 แสนบาท มี 341 ราย , 1-5 แสนบาท จำนวน 1,277 ราย , 5 แสนบาท-1 ล้านบาท จำนวน 1,574 ราย , 1-2 ล้านบาท จำนวน 3,231 ราย และมากกว่า 2 ล้านบาท 1,730 ราย

"สาเหตุที่สมาชิกออมต่อ เพราะผลตอบแทนที่แข่งขันได้ , ถอนเงินได้ยืดหยุ่น และมีแผนลงทุนให้เลือกตามความเสี่ยง ขณะที่เหตุที่ผลที่ไม่เลือกออม คือ มีภาระหนี้สินหรือภาระค่าใช้จ่าย , กังวลเรื่องความผันผวน และ ต้องการใช้เงินก้อน"

ภาพแสดงแนวโน้มสมาชิก กบข. มีพฤติกรรมการออมที่แตกต่างกัน