
กบข.จ่อแก้กฎหมาย เปิดทาง “ข้าราชการเกษียณ” กลับเข้ากองทุน
‘ศรพล ตุลยะเสถียร’ เลขาธิการ กบข. คนใหม่ เล็งแก้กฎหมาย เปิดทางข้าราชการเกษียณกลับเป็นสมาชิก ลดความเสี่ยงบริหารเงิน เผย 7 เดือน ผลตอบแทน 7.3%
KEY
POINTS
- กบข. มีแนวคิดที่จะแก้ไขกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการที่เกษียณอายุและลาออกจากกองทุนไปแล้ว สามารถกลับเข้ามาเป็นสมาชิกได้อีกครั้ง
- มีเป้าหมายเพื่อเป็นทางเลือกและช่วยลดความเสี่ยงให้แก่สมาชิกในการบริหารจัดการเงินก้อนหลังเกษียณด้วยตนเอง
- แนวคิดดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุน ซึ่งต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) นายศรพล ตุลยะเสถียร เปิดแนวคิดการปรับการดำเนินงานของ กบข. โดยประเด็นหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือการเปิดช่องให้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการและลาออกจากการเป็นสมาชิก กบข. ไปแล้ว สามารถกลับเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนได้อีกครั้ง
นายศรพลกล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากการหารือกับสมาชิกหลายรายภายหลังการเกษียณอายุราชการ ซึ่งพบว่าบางรายที่ตัดสินใจลาออกจากกองทุนไปแล้ว มีความต้องการกลับเข้ามาเป็นสมาชิกอีกครั้ง เนื่องจากมีความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการและผลตอบแทนของ กบข.
ปัจจุบัน กบข. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุน เพื่อรองรับแนวคิดดังกล่าว โดยยังต้องพิจารณารายละเอียดด้านหลักเกณฑ์และเงื่อนไข รวมถึงความเป็นไปได้ในทางกฎหมายก่อนดำเนินการต่อไป
หวังลดความเสี่ยงบริหารเงินหลังเกษียณ
นายศรพล ระบุว่า การเปิดทางให้ผู้ที่เกษียณอายุราชการและลาออกจาก กบข. ไปแล้วสามารถกลับเข้ามาเป็นสมาชิกอีกครั้ง นอกจากจะเพิ่มทางเลือกให้กับสมาชิกแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงด้านการบริหารเงินในช่วงหลังเกษียณ
เนื่องจากหลังจากสมาชิกได้รับเงินก้อนและออกจากระบบราชการแล้ว อาจนำเงินไปลงทุนหรือบริหารจัดการด้วยตนเอง ซึ่งมีความเสี่ยงทั้งจากการลงทุนที่ไม่เหมาะสมและการถูกหลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่างๆ การมีกลไกให้สามารถกลับเข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ กบข. จึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เกษียณที่ต้องการบริหารเงินระยะยาว
“ตอนนี้เราอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อพิจารณาเดินหน้าเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากจะทำเรื่องนี้ต้องแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ของกองทุน ซึ่งจะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาของสภาฯ“
เตรียมเปิดวิสัยทัศน์ 27 สิงหาคม
หลังจากเข้ามารับตำแหน่งประมาณ 1 เดือน บทบาทของกบข.มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องบริหารกองทุนและการดูแลสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคน โดยเฉพาะการเพิ่มความเพียงพอของเงินออมเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของระบบการออมเพื่อการเกษียณ โดยเตรียมที่จะแถลงวิสัยทัศน์และรายละเอียดแผนการดำเนินงานในวันที่ 27 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาชิกมีเงินก้อนเฉลี่ยเมื่อเกษียณประมาณ 1.5 ล้านบาท ขณะที่กองทุนส่งเสริมให้สมาชิกใช้ทางเลือกการลงทุนด้วยตนเอง หรือ DIY รวมถึงการออมเพิ่ม หรือ “ออมต่อ” เพื่อเพิ่มเงินออมสำหรับช่วงหลังเกษียณ
นายศรพล กล่าวว่า ปัจจุบัน กบข. ยังคงรักษาสมดุลการลงทุนระหว่างสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงตราสารหนี้และหุ้น โดยในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้น มีการลงทุนในดัชนี SET ประมาณ 5% ซึ่งตัวเลขนี้จะมีการปรับเปลี่ยนตามภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา
ผลตอบแทนแผนหลัก 7 เดือนแรก 7.2-7.3%
ด้านการลงทุน นายศรพลกล่าวว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 แผนการลงทุนหลัก มีผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7.2-7.3% โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการปรับตัวของตลาดหุ้นต่างประเทศ และการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
กบข. ประเมินว่า การขยายตัวของ AI เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในภาคเศรษฐกิจจริง และมีผลต่อผลิตภาพของเศรษฐกิจโลก จึงมีการลงทุนกระจายไปตามห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้ผลิตชิปเซต แพลตฟอร์มเทคโนโลยี ไปจนถึงผู้ผลิตหน่วยความจำ
ทั้งนี้ แม้ราคาหุ้นเทคโนโลยีจะปรับตัวขึ้นและมีความผันผวน แต่ กบข. ยังคงให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว พร้อมปรับสัดส่วนการลงทุนตามภาวะตลาด รวมถึงการทำกำไรบางส่วน หรือ Take Profit เพื่อให้พอร์ตการลงทุนเป็นไปตามกรอบการลงทุนที่กำหนด
มองหุ้นไทยต่ำกว่ามูลค่า สัญญาณเงินทุนเริ่มกลับ
สำหรับตลาดหุ้นไทย กบข. ประเมินว่า ตลาดอยู่ในภาวะมีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หรือ Under Value มานานกว่า 3 ปี และเริ่มเห็นสัญญาณของเม็ดเงินลงทุนที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาด
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในระยะยาวจำเป็นต้องมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ โดย กบข. มองว่ามี 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การสร้าง “Thailand Story” ผ่านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ การฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน และการยกระดับธรรมาภิบาลในตลาดทุน
ด้านผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน กบข. มองว่า เริ่มเห็นสัญญาณจากการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียนมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่สะท้อนการบริหารเงินทุนของภาคธุรกิจและอาจช่วยสนับสนุนมูลค่าตลาด
ขณะที่การยกระดับธรรมาภิบาลยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหลังจากตลาดทุนไทยเผชิญกรณีปัญหาหลายด้านในช่วงที่ผ่านมา การจัดการปัญหาและการสร้างความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์จึงมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนในระยะต่อไป
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,226 วันที่ 13 - 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569





