
ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 907 จุด สร้างประวัติการณ์ใหม่ รับหุ้น AI-น้ำมันลง-ดอกเบี้ย
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่ง 907 จุด ทะลุ 54,000 จุด สร้างประวัติการณ์ใหม่ รับ 3 ปัจจัยบวก หุ้น AI แรง-น้ำมันลง-เฟดลดแรงกดดันดอกเบี้ยหนุนตลาด
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 907 จุด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับดัชนี S&P500
- ตลาดได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี
- ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก ช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 900 จุดในวันอังคาร (4 ส.ค.)
โดยทั้งดาวโจนส์และ S&P500 ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI)
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามอิหร่าน
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 54,085.88 จุด เพิ่มขึ้น 907.47 จุด หรือ +1.71%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,736.52 จุด เพิ่มขึ้น 136.02 จุด หรือ +1.79%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,584.99 จุด เพิ่มขึ้น 671.10 จุด หรือ +2.59%
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้น 4.1% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 2%
ด้านหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง 0.6% และหุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 0.5%
ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 5% หลังจากมาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ ระบุว่า ความพยายามในการไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายยังคงแลกเปลี่ยนข้อความของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุในวันอังคารว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงในวันอังคารหรือวันพุธ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือสำหรับเรือพาณิชย์
น้ำมันร่วงลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย
การร่วงลงของราคาน้ำมันช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ เฟด (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 56.9% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 67.2%
การที่เฟดมีโอกาสน้อยลงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังได้ฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ร่วงลงแตะระดับ 4.665% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนในการชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียน
หุ้น Palantir Technologies ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้าน AI พุ่งขึ้น 29.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2567 หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาส 2/2569 และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในปีงบการเงิน 2569
หุ้น Caterpillar ซึ่งถูกมองว่าเป็นดัชนีบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมโลก พุ่งขึ้น 5.6% และเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์มากที่สุด หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในปี 2569 เนื่องจากการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ได้ช่วยหนุนความต้องการอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าและเครื่องจักรสำหรับการก่อสร้างของบริษัท
หุ้นกลุ่มชิป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายด้าน AI พุ่งขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 6.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่ 4
นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ในฤดูกาลนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลด้าน AI จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่
หุ้น SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทด้านอวกาศของอีลอน มัสก์ ปิดตลาดพุ่งขึ้น 9.4% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลงสู่ระดับ 7.359 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.440 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.537 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค.
สหรัฐฯขาดดุลการค้าลดลง 5.6%
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ลดลง 5.6% สู่ระดับ 7.33 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. แต่ยังสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.30 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 7.76 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.
การนำเข้าลดลงสู่ระดับ 3.880 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกลดลงสู่ระดับ 3.147 แสนล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.







