
เช็กการลงทุนสัปดาห์ละครั้ง ลด Decision Fatigue สร้างวินัยลงทุน
'โค้ชณัช' แนะเช็กการลงทุนสัปดาห์ละครั้ง ลด Decision Fatigue วางแผนซื้อขายนอกเวลาตลาด ใช้ Timeframe Week มองภาพใหญ่ เพิ่มวินัย ลดการตัดสินใจตามอารมณ์
KEY
POINTS
- การเช็กราคาหุ้นบ่อยครั้งเกินไปทำให้เกิดภาวะ Decision Fatigue (ความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ) ซึ่งนำไปสู่การซื้อขายตามอารมณ์และเสี่ยงขาดทุน
- แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้กราฟรายสัปดาห์ (Timeframe Week) เพื่อลดความถี่ในการตัดสินใจ และทำให้มองเห็นภาพรวมการลงทุนในระยะยาวมากขึ้น
- ควรวางแผนการซื้อขายนอกเวลาตลาด เพื่อลดการตัดสินใจที่ถูกชี้นำโดยความผันผวนระยะสั้นและสร้างวินัยในการลงทุนตามแผนที่วางไว้
“โค้ชณัช” เปิดมุมคิดลงทุนจากประสบการณ์ Day Trade สู่การใช้กราฟ Timeframe Week ชี้การเช็กราคาบ่อยไม่ได้แปลว่าตัดสินใจดีขึ้น แต่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงจาก Decision Fatigue แนะวางแผนซื้อขายนอกเวลาตลาด ลดการตัดสินใจตามอารมณ์ ยึดวินัยและมองภาพใหญ่ เพื่อสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน
ยิ่งดูบ่อย ยิ่งต้องตัดสินใจบ่อย
ปัจจุบันผมดูกราฟ Timeframe Week เป็นหลัก ทั้งๆ ที่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นด้วยการเป็นนักลงทุน Day Trade ช่วงแรกไฟแรงเฝ้าหน้าจอ ตลอดเวลา แต่ผ่านไปหลายปีก็พบว่าจริตของตัวเองไม่ไหวกับการนั่งจ้องหุ้น ทั้งวัน จึงถอยมาใช้ Timeframe Day และขยับมาใช้ Timeframe Week เป็นหลัก อย่างในปัจจุบัน
นักลงทุนส่วนใหญ่เข้าตลาดเพราะอยากรวย ยิ่งช่วงตลาดคึกคัก หุ้นพุ่งวันละ 20%-30% ก็ยิ่งล่อตาล่อใจให้รีบขายทำกำไรแล้วโยกไปเทรดตัวอื่น แต่ในความเป็นจริง ตลาดหุ้นระยะสั้นเต็มไปด้วยสัญญาณหลอก ไม่ว่าเราจะใช้เครื่องมือทางเทคนิคขั้นไหน สัญญาณในกราฟสั้นๆ มักถูกขับเคลื่อนหรือปั่นได้ง่ายด้วยคนเพียงไม่กี่กลุ่ม พฤติกรรมเหล่านี้จึงมักล่อให้เราตัดสินใจผิดพลาด
เมื่อเทรดระยะสั้น เราต้องเผชิญกับการตัดสินใจซ้ำๆ ทุกครั้งที่เปิดดูราคา คำถามเดิมๆ จะวนเวียนในหัว-ซื้อดีไหม? ถือต่อดีไหม? หรือควรขาย? ยิ่งตัดสินใจบ่อยขึ้นเท่าไร ความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ (Decision Fatigue) ก็จะสะสมมากขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้สติและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ลดลง หันไปซื้อขายตามอารมณ์ ซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นของการขาดทุน
กฎของ Guy Spier: อย่าตัดสินใจตอนตลาดเปิด
กฎง่ายๆ ที่นักลงทุนระดับโลกอย่าง Guy Spier แนะนำคือ ห้ามตัดสินใจซื้อขายในช่วงเวลาตลาดเปิด นั่นหมายความว่าเราต้องทำการบ้านและวางแผนมาก่อนล่วงหน้าแล้วว่า จะซื้อหรือขายหุ้นตัวไหน หุ้นที่ถืออยู่มีเงื่อนไขอย่างไรในการตัดใจขายหรือรับเพิ่ม ในช่วงที่ตลาดเปิดเราทำได้แค่เช็กราคาตามปกติ แต่คำสั่งซื้อขายทั้งหมดต้องมาจากกฎที่เราตั้งไว้ในช่วงนอกเวลาเท่านั้น
ตั้งแต่ผมนำกฎนี้มาใช้ ผลตอบแทนก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะช่วยลดการถูกตลาดหลอกล่อ แม้บางครั้งจะต้องตกรถหุ้นซิ่งที่กำลังเป็นกระแสระหว่างวัน แต่ผมก็ไม่เคยเสียดาย เพราะตระหนักเสมอว่าวินัยต้องมาก่อน การตัดสินใจนอกเวลาทำการช่วยให้เราใจเย็นและมีเวลาพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ
ไม่มี Timeframe ที่ดีที่สุด มีแต่ Timeframe ที่เหมาะกับเรา
เมื่อประกอบกับเงื่อนไขชีวิตในปัจจุบันที่ต้องทำงานประจำและมีลูกเล็ก การเกาะติดหน้าจอทุกวันจึงกลายเป็นเรื่องยาก ประกอบกับได้รับแรงบันดาลใจจาก Stan Weinstein อีกหนึ่งนักลงทุนระดับตำนานที่ใช้ Timeframe Week เป็นแกนหลักในการตัดสินใจ ผมจึงลองปรับตามอย่างจริงจัง และพบว่าผลลัพธ์การลงทุนดีขึ้นไปอีกขั้น
การยึด Timeframe Week นอกจากจะช่วยลดความถี่ในการตัดสินใจแล้ว ยังเป็นการบังคับให้เรามองภาพใหญ่อย่างยั่งยืน ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกใช้ Timeframe แบบไหนย่อมขึ้นอยู่กับจริตและบริบทชีวิตของแต่ละคน แต่เป้าหมายสูงสุดของทุกคนในเกมนี้ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือการสร้างผลกำไร
คอลัมน์: Investing Tactic : โดย ณัช เรือนเพ็ชร์ (โค้ชณัช)
ผู้ชนะการแข่งขัน TFEX Algorithmic Trading Workshop & Competition 2017 และวิทยากรพิเศษโครงการ SITUP
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,162 วันที่ 1 - 3 มกราคม พ.ศ. 2569







