thansettakij
thansettakij
สินเชื่อเช่าซื้อติดลบปีที่4 MTC ชี้ฐานรากเริ่มฟื้น เดินหน้าคุมคุณภาพพอร์ต

สินเชื่อเช่าซื้อติดลบปีที่4 MTC ชี้ฐานรากเริ่มฟื้น เดินหน้าคุมคุณภาพพอร์ต

สินเชื่อเช่าซื้อปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดัน แม้ยอดขายรถใหม่ฟื้น กสิกรไทยคาดยอดคงค้างหดตัว 7.2% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้าน MTC มั่นใจเศรษฐกิจฐานรากเริ่มฟื้น ตั้งเป้าพอร์ตโต 10% พร้อมคุม NPL ไม่เกิน 2.7%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ในระบบธนาคารพาณิชย์ช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 ยังลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ยอดขายรถยนต์ในประเทศจะเติบโตถึง 15% สะท้อนว่า การฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ยังไม่สามารถผลักดันการเติบโตของสินเชื่อได้ เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ และให้ความสำคัญกับคุณภาพลูกหนี้มากกว่าการแข่งขันเพื่อเพิ่มยอดปล่อยกู้

อีกปัจจัยสำคัญคือ การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทางการเงินสูง ใช้เงินดาวน์ในสัดส่วนมาก หรือเลือกซื้อด้วยเงินสด ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อไม่ได้เพิ่มขึ้นตามยอดขายรถ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ตลอดปี 2569 ยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ประมาณ 7.11 แสนล้านบาท ลดลง 7.2% จากปีก่อน นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แม้อัตราการลดลงจะชะลอลงจากปี 2568 ที่หดตัว 9.9%

MTC มองต่าง มั่นใจฐานรากเริ่มฟื้น

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า จากข้อมูลลูกค้าในพอร์ตสินเชื่อมูลค่าราว 1.8 แสนล้านบาท พบว่า ความเชื่อมั่นของลูกค้าฐานรากเริ่มทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 หลังจากจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันเริ่มทรงตัว

ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัสช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มสภาพคล่องให้กับครัวเรือน ทำให้กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มกลับมามีความมั่นใจในการลงทุนและสร้างรายได้ ส่งผลให้ MTC ยังสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการปล่อยสินเชื่อตามระดับ LTV ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าแต่ละราย

“ช่วงเวลานี้ยังเป็นจังหวะที่ความต้องการใช้เงินทุนเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ทั้งช่วงเปิดภาคการศึกษาและฤดูเพาะปลูก ซึ่งช่วยหนุนความต้องการสินเชื่อในระดับฐานราก”นายปริทัศน์กล่าว 

สินเชื่อเช่าซื้อปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดัน แม้ยอดขายรถใหม่ฟื้น กสิกรไทยคาดยอดคงค้างหดตัว 7.2% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้าน MTC มั่นใจเศรษฐกิจฐานรากเริ่มฟื้น ตั้งเป้าพอร์ตโต 10% พร้อมคุม NPL ไม่เกิน 2.7%

เดินเกมรักษาคุณภาพพอร์ต คุม NPL ไม่เกิน 2.7%

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้เศรษฐกิจจะยังเปราะบาง แต่ MTC ยังไม่เห็นสัญญาณการเร่งตัวของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสัดส่วน NPL อยู่ที่ประมาณ 2.5%  ซึ่งเกิดจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อต่อเนื่องในช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยการลดสัดส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกัน เพิ่มความเข้มงวดในการประเมินความสามารถชำระหนี้ และพัฒนาบุคลากรให้สามารถให้คำปรึกษาทางการเงินแก่ลูกค้า

แนวคิดดังกล่าวทำให้ลูกค้าปรับตัวต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นด้วยการลดรายจ่ายก่อนที่จะผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้คุณภาพพอร์ตสินเชื่อยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ขณะเดียวกันวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลราว 1.2-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับพอร์ตสินเชื่อของบริษัท จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าฐานราก และลดความเสี่ยงด้านเครดิตได้ในระยะสั้น

“เอลนีโญ” ความเสี่ยงที่อาจกลายเป็นโอกาส

อีกปัจจัยที่ MTC ติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 แม้สภาพอากาศแห้งแล้งอาจกระทบผลผลิตทางการเกษตร แต่หากเกิดในวงกว้างเหมือนปี 2566 ก็อาจผลักดันราคาพืชผลเกษตรในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัว

หากราคาสินค้าเกษตรไทยปรับเพิ่มขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของ MTC และอาจช่วยเสริมความสามารถในการชำระหนี้ได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์

ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อในปี 2569 จึงยังอยู่ในช่วงของการ “รักษาสมดุล” มากกว่าการเร่งขยายตัว แม้ยอดขายรถยนต์จะกลับมาฟื้น แต่ผู้ให้สินเชื่อยังคงเลือกเติบโตบนฐานคุณภาพสินเชื่อเป็นหลัก ส่งผลให้ยอดสินเชื่อใหม่ไม่สามารถขยายตัวได้ตามตลาดรถยนต์

สำหรับ MTC กลยุทธ์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การเร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มขนาดพอร์ต แต่คือการคัดกรองลูกหนี้อย่างมีวินัย ลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง และอาศัยปัจจัยบวกจากมาตรการภาครัฐ รวมถึงรายได้ภาคเกษตรในการประคองคุณภาพสินทรัพย์

เน้นรักษาคุณภาพพอร์ต คุม NPL ไม่เกิน 2.7%

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/2569 บริษัทคาดว่า น่าจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2569 เนื่องจากทิศทางความต้องการสินเชื่อขยายตัว ผลของการเปิดภาคเรียนช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ประกอบกับได้รับผลบวกจากนโยบายภาครัฐเข้ามาช่วยเสริมอีกทางหนึ่ง รวมทั้งธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ

ส่วนทิศทางผลการดำเนินงานในปี 2569 ทาง MTC ประเมินว่า พอร์ตสินเชื่อรวมจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งนอกจากขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องแล้ว จะพิจารณาลูกค้าที่มีความสามารถในการชำระหนี้ควบคู่ไปด้วย  เพื่อลดความเสี่ยงและบริหารจัดการ NPL ไม่ให้เกิน 2.7% ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 มองว่าบรรยากาศความเชื่อมั่นเริ่มกลับมาดีขึ้นตามลำดับ หลังจากผ่านพ้นช่วงแรกของความกังวลและเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มลูกค้าหลัก

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสที่ 3 คือผลกระทบจากภาคการเกษตร โดยเฉพาะระดับน้ำในเขื่อนที่ลดลงเหลือเพียง 60% เมื่อเทียบกับ 80% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนของสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แม้ว่าปัจจัยด้านภัยแล้งอาจส่งผลต่อความมั่นใจในการเพาะปลูกของเกษตรกรบ้างเล็กน้อย แต่ยังมีปัจจัยบวกจากโอกาสในการส่งออกข้าวที่อาจได้ราคาสูงขึ้นหากผลผลิตในประเทศเพื่อนบ้านลดลงจากสภาวะอากาศเดียวกัน

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,221 วันที่ 26 - 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569