
หุ้นไทยเปิดลบ 3.67 จุด โบรกชี้โลกเสี่ยงสงคราม-ภาษี แนะถือเงินสดเพิ่ม
หุ้นไทยแกว่งลบ แม้หุ้นแบงก์หนุนดัชนี แต่แรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่ง และภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยังจำกัดอัพไซด์ โบรกแนะเพิ่มเงินสด เน้นลงทุนหุ้น Defensive รับตลาดผันผวน
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลง 3.67 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก
- ปัจจัยลบสำคัญมาจากความเสี่ยงสงครามที่สะท้อนผ่านราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และการที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย
- โบรกเกอร์แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
วันที่ 24 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 11:46 น. ที่ระดับ 1,637.36 จุด ลดลง 3.67 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.22% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,641.70-1,622.59 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 43,053.65 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- KTB ราคา 43.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 4.17% มูลค่าซื้อขาย 4,102.28 ล้านบาท
- KBANK ราคา 239.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 2.14% มูลค่าซื้อขาย 2,915.49 ล้านบาท
- BBL ราคา 190.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.60% มูลค่าซื้อขาย 2,714.97 ล้านบาท
- SCB ราคา 154.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 0.98% มูลค่าซื้อขาย 2,401.10 ล้านบาท
- PTT ราคาทรงตัวใกล้เคียงจากปิดตลาดก่อนหน้า มูลค่าซื้อขาย 2,001.50 ล้านบาท
หุ้นไทยแกร่งสวนทางสถานการณ์โลก
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (23 ก.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดลบ 507 จุด (-0.97%) ขณะที่ Nasdaq ปรับลง มากถึง -2% เนื่องจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันทำให้ตลาดกังวลกับภาวะเงินเฟ้อ
ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 7% เพราะกลุ่มฮูตีในเยนเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดิอาระเบียสองลำในทะเลแดง หุ้นปรับลงแรง GOOGL -7% META -3.4% และบวกใน Defensive (LLY +1.97% JNJ +1.4%)
ทั้งนี้ มองว่าตลาดการเงินโลกยังเต็มไปด้วยปัจจัยทั้งสงครามที่รุนแรงสะท้อนจากราคาน้ำมัน ที่ปรับขึ้นแรงและกดดัน US Bond Yield ขยับขึ้นแรงDollar แข็งค่าต่อเนื่องและกดดันทองคำปรับลง ฝั่งตลาดหุ้นแม้ผลประกอบการจะรายงานดีแต่ไม่เพียงพอหนุนตลาด
ขณะที่สหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 60 ประเทศ (รวมไทย) ในอัตรา 10%-12.5% (SEC 301) โดยหยิบหยกความล้มเหลวในการปราบปรามบังคับใช้แรงงาน อย่างไรก็ตามมีสินค้าบางประเภทยกเว้น เช่น น้ำมันและแก๊ส มองเป็นปัจจัยกดดันกับหุ้นในกลุ่มส่งออกของไทย (ITC TU)
แม้เงินบาทอ่อนค่าจะเป็นปัจจัยหนุนแต่ภาษีนำเข้าจะเป็นตัวกดดัน ฝั่งตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืนมีการประกาศ ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 1.87 แสนรายต่ำกว่าคาดที่ 2.1
ตลาดหุ้นไทยยังแสดงความแข็งแกร่งเมื่อวานนี้แต่ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยแรงกดดันประกอบกับ Valuation ที่เริ่มสูงอาจเป็นตัวจำกัด Upside และเสี่ยงจะเห็นการปรับฐาน ซึ่งเช้านี้ KOSPI -2.8% เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33.8 บาท/ดอลลาร์ และน้ำมันดิบยังขยับขึ้นต่อเนื่อง (+0.13%)
วันนี้ประเมิน SET Index กรอบ 1,620 – 1,650 จุด แม้มีปัจจัยหนุนเรื่อง Flow แต่สถานการณ์รวมยังดูกดดันโดยรอติดตามว่า Flow จะพลิกกลับมาขายหรือไม่ กลยุทธ์การลงทุนไม่ประมาทกับการลงทุนถือเงินสดเพิ่มขึ้นบ้าง หุ้นแนะนำเน้นที่ Defensive (ADVANC BCH BDMS CPALL CPN) พลังงานและปิโตรเคมี (PTT PTTEP PTTGC TOP)
หุ้นแนะนำ
- BCH : คาดสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะไม่ขอปรับลดค่ารักษาโรคซับซ้อน (Adj. RW>2) เนื่องจากมีการปรับเพดานค่าจ้างขึ้น มีเงินทุนเพียงพอ และมีโอกาสได้ปรับขึ้นค่ารักษาทุกรายการช่วงปลายปีนี้ (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท)
- PR9 : ปัจจุบันซื้อขายที่ 15.4 เท่า PE’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 18.2 เท่า PE’26E และมองกำไรยังโตได้ระดับ +5% ต่อปี หลักๆจากการขยายตัวของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท)







