
ส่องกำไร 11 แบงก์ ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง กดดันรายได้ ใครรอด ใครร่วง
เปิดงบ 11 แบงก์ ครึ่งปีแรก 2569 กำไรรวม 134,631 ล้านบาท โตเพียง 0.09% KBANK ครองกำไรสูงสุด ขณะที่ KKP และ CIMBT โตโดดเด่น ส่วน SCB-BBL กำไรลดลงจากแรงกดดันดอกเบี้ยขาลง
KEY
POINTS
- ผลประกอบการรวม 11 ธนาคารในครึ่งปีแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 1.34 แสนล้านบาท เติบโตเพียง 0.09% สะท้อนแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง
- ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีกำไรสูงสุดในกลุ่ม ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) และซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) มีอัตราการเติบโตของกำไรโดดเด่นที่สุด
- ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นกลุ่มที่กำไรปรับตัวลดลง โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยที่หดตัว
- ธนาคารส่วนใหญ่รับมือกับภาวะดอกเบี้ยขาลงด้วยการขยายรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และการควบคุมค่าใช้จ่าย
ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) รายงานกำไรสุทธิรวมงวดครึ่งปีแรก 2569 อยู่ที่ 134,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.09% จากปีก่อน สะท้อนแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงที่กระทบรายได้ดอกเบี้ย แม้หลายธนาคารยังรักษาการเติบโตของกำไรได้จากการบริหารต้นทุน รายได้ค่าธรรมเนียม และการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์
ดอกเบี้ยขาลงกดดันรายได้ กำไรไตรมาส 2/69 พิ่มขึ้นเพียง 0.02%
ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก 2569 โดยมีกำไรสุทธิรวมในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 134,631.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.09% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตที่ชะลอลง หลังรายได้ดอกเบี้ยถูกกดดันจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง แม้หลายธนาคารยังสามารถรักษาระดับกำไรผ่านการบริหารต้นทุน การขยายรายได้ค่าธรรมเนียม และการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 66,251.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาพรวมผลประกอบการที่ยังทรงตัว
KBANK ครองกำไรสูงสุด ส่วน KTB ตามติด
เมื่อพิจารณากำไรสุทธิรายธนาคาร พบว่า ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ยังคงมีกำไรสูงสุดของกลุ่ม โดยงวดครึ่งปีแรกมีกำไร 27,914.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% จากปีก่อน รองลงมาคือ ธนาคารกรุงไทย (KTB) มีกำไร 24,562.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.56% และ SCB มีกำไร 21,312.12 ล้านบาท แม้ยังเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม แต่กำไรลดลง 15.72%
ด้าน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีกำไรครึ่งปี 16,911.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.84% ขณะที่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีกำไร 20,491.69 ล้านบาท ลดลง 16.22% จากปีก่อน
KKP-CIMBT โตแรงสุดของกลุ่ม
หากพิจารณาอัตราการเติบโตของกำไร พบว่า ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) โดดเด่นที่สุด โดยกำไรสุทธิครึ่งปีเพิ่มขึ้นถึง 65.01% อยู่ที่ 4,077.58 ล้านบาท ส่วนกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 50.57%
ขณะที่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) มีกำไรครึ่งปี 1,488.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.99% และกำไรไตรมาส 2 พุ่งถึง 407.91% จากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน
ส่วน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG) มีกำไรครึ่งปีเพิ่มขึ้น 37.28% และ ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) เพิ่มขึ้น 17.82%
ดอกเบี้ยขาลงกดดันรายได้ดอกเบี้ย
ภาพรวมผลประกอบการของธนาคารปีนี้ได้รับแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปี 2568-2569 ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของหลายธนาคารปรับตัวลดลง และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเผชิญแรงกดดัน
อย่างไรก็ตาม ธนาคารส่วนใหญ่ยังสามารถประคองผลประกอบการได้จากการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง รายได้ค่าธรรมเนียม การลงทุน การควบคุมค่าใช้จ่าย และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวด ส่งผลให้การตั้งสำรองหนี้สูญของหลายแห่งอยู่ในระดับที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ครึ่งปีหลังจับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจ
สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ภาคธนาคารยังต้องเผชิญความท้าทายจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการแข่งขันด้านสินเชื่อที่รุนแรง ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารในระยะต่อไป
แม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจยังมีความไม่แน่นอน แต่ธนาคารขนาดใหญ่ยังคงเน้นการเติบโตแบบมีคุณภาพ ผ่านการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง การขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง การใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
SCB ดอกเบี้ยขาลง กดดันกำไร ไตรมาส2/69 ลดลง 13.1%
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน (QoQ) จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ดีขึ้นและรายได้จากการลงทุนและการค้าที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น สะท้อนความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจที่ผสานธุรกิจธนาคาร (Gen 1) ธุรกิจการเงินดิจิทัลและสินเชื่อรายย่อย (Gen 2) และธุรกิจแพลตฟอร์ม-เทคโนโลยี (Gen 3) อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรสุทธิลดลง 13.1%
ขณะที่ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% QoQ แต่ลดลง 10.2% YoY จากแรงกดดันของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อยังทรงตัวจากสิ้นปี
ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 14.8% จากการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ผ่านความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม เช่น SCB WEALTH by CardX และแพลตฟอร์มลงทุน InnovestX ขณะที่รายได้จากการลงทุนและการค้าอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 349.1% จากไตรมาสก่อน จากผลตอบแทนพอร์ตลงทุนของธนาคารที่ปรับตัวดีขึ้น
BBL กำไรครึ่งปี 2569 เหลือ 2.05 หมื่นล้าน ลด 16.2%
ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 12.4% หลังธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.46% อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่อยังช่วยพยุงรายได้และชดเชยผลกระทบจากดอกเบี้ยขาลงได้บางส่วน
แม้รายได้ดอกเบี้ยลดลง แต่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับตัวดีขึ้น จากการเติบโตของธุรกิจประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance) ธุรกิจกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 6.5% จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 47.1%
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อ 2.68 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี 2568 โดยมีแรงหนุนจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และธุรกิจต่างประเทศ
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.3% ขณะที่ Coverage Ratio สูงถึง 306.3% สะท้อนนโยบายการตั้งสำรองอย่างระมัดระวังต่อเนื่อง
KTB กำไร Q2 โต 9% แม้รายได้ดอกเบี้ยลดลง
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า กรุงไทยมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จำนวน 12,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเติบโตของสินเชื่อ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth) และธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะลดลง 13.5% ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงและการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกค้า
สำหรับครึ่งปีแรก 2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 24,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% แม้รายได้ดอกเบี้ยลดลง 14.7% แต่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยยังเติบโตจากธุรกิจ Wealth ธุรกิจตลาดทุน และการบริหารหนี้
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 10.3% จากการขยายตัวของธุรกิจ Wealth ขณะที่รายได้จากธุรกิจตลาดเงินและตลาดทุนเติบโตตามภาวะตลาด ส่งผลให้สามารถชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงได้บางส่วน
ด้านการบริหารต้นทุนยังมีประสิทธิภาพ โดย Cost to Income Ratio ลดลงเหลือ 38.9% จาก 42.3% สะท้อนการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แม้ยังเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
“เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกยังฟื้นตัวแบบ K-Shape โดยกำลังซื้อของครัวเรือนและผู้ประกอบการ SME ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้น”
KBANK รายได้ดอกเบี้ยลด แต่ธุรกิจ Wealth และลงทุนเติบโต
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกพบว่า รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 9.55% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง รวมถึงการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระลูกค้า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) ลดลงมาอยู่ที่ 2.91% จาก 3.36%
ในทางกลับกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นจากหลายธุรกิจ ทั้งการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) การขายผลิตภัณฑ์การเงิน การดำเนินธุรกิจประกันภัย และรายได้จากการลงทุน ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 2.02% เหลือ 40,030 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วน Cost to Income Ratio อยู่ที่ 40.33% จากการเดินหน้ากลยุทธ์ Productivity ทั้งด้านบุคลากร การปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการนำเทคโนโลยีรวมถึง AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
BAY สินเชื่อธุรกิจใหญ่-อาเซียน โตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ AI
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 16,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ตลอดจนการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิผล
ในช่วงครึ่งแรกของปี สินเชื่อรวมของธนาคารเพิ่มขึ้น 0.4% จากสิ้นปี 2568 โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่เติบโต 6.0% และสินเชื่อธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนที่ขยายตัว 5.1%
การเติบโตดังกล่าวได้รับอานิสงส์จากการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังมีความต้องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
แม้ธนาคารปรับลดเงินฝากต้นทุนสูงตามภาวะตลาด แต่ยังสามารถยกระดับผลตอบแทนจากการดำเนินงานได้ โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 4.60% จาก 4.14% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 15.4% จากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ กำไรจากเครื่องมือทางการเงิน หนี้สูญรับคืน และกำไรจากเงินลงทุน ส่งผลให้ธนาคารรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
TTB กำไรตามเป้า คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB กล่าวว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 5,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 10,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% สะท้อนผลการดำเนินงานที่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน
ธนาคารยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทรงตัวที่ 2.93% ต่อเนื่องหลายไตรมาส ขณะที่การตั้งสำรองอย่างรอบคอบส่งผลให้ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 157% จาก 152% ณ สิ้นปี 2568 เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต
ทีทีบียังคงเน้นการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินและการใช้ศักยภาพด้านดิจิทัลในการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Offer) ช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและลดต้นทุนการให้บริการ
สินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.184 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสแรก โดยสินเชื่อในกลุ่ม Ecosystem เช่น บ้านแลกเงิน เล่มแลกเงิน และสินเชื่อส่วนบุคคล ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่เงินฝากเพิ่มขึ้นเป็น 1.274 ล้านล้านบาท จากการเติบโตของเงินฝากออมทรัพย์และบัญชี ttb no fixed
CIMBT รายได้โตทุกด้าน รับต้นทุนดอกเบี้ยลด
นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทยกล่าวว่า การเติบโตของกำไรได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 9.8% การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้ลดลง 0.9% และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) ถึง 30.4%
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ธนาคารมีรายได้จากการดำเนินงาน 5,176.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 461.7 ล้านบาท หรือ 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 11.6% จากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงมากกว่าการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 2.4% จากค่าธรรมเนียมการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
นอกจากนี้ รายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 10.1% จากกำไรสุทธิของเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน แม้ว่ากำไรจากการขายเงินลงทุนจะลดลงก็ตาม
CREDIT กำไรครึ่งปีโต 17.8% สินเชื่อขยายทุกพอร์ต
นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT กล่าวว่า ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก 2569 มีกำไรสุทธิ 2,153.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ 989.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้อยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย
ปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 6.8% ตามการขยายตัวของสินเชื่อรวม ซึ่งมีมูลค่า 194,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% จากปีก่อน โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจ Micro SME (MSME) ที่เติบโต 13.9% หลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "สินเชื่อ SME กล้าช่วย" และจัดตั้งศูนย์ธุรกิจสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
นอกจากนี้ สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกันเติบโต 9.4% ขณะที่สินเชื่อบุคคลและอื่น ๆ ขยายตัวถึง 44.9%
แม้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 9.7% จากการบริหารโครงสร้างเงินทุนผ่านการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ แต่ธนาคารยังสามารถรักษาอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้อยู่ในระดับสูงที่ 7.1%
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Gross NPL Ratio) อยู่ที่ 4.3% ซึ่งยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคาร ขณะที่อัตราการกันสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) อยู่ที่ 148.2% สะท้อนการตั้งสำรองอย่างรอบคอบเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่ม Micro SME ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม







