thansettakij
thansettakij
Fed Minutes ชี้ชะตาทองคำ กูรูแนะผ่าน 4,300 ดอลลาร์ มีโอกาสกลับสู่ขาขึ้น

Fed Minutes ชี้ชะตาทองคำ กูรูแนะผ่าน 4,300 ดอลลาร์ มีโอกาสกลับสู่ขาขึ้น

10 ก.ค. 69 | 04:12 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 04:12 น.

ทองคำยังอยู่ในช่วงวัดใจตลาด GCAP GOLD มองราคาฟื้นตัวท่ามกลางแรงกดดันจากดอกเบี้ยและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แนะจับตา Fed Minutes อย่างใกล้ชิด พร้อมชี้หากผ่านแนวต้าน 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีลุ้นเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่

KEY

POINTS

  • ทิศทางราคาทองคำขึ้นอยู่กับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed Minutes) ซึ่งจะบ่งชี้แนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยในอนาคต
  • นักลงทุนต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ เช่น ดัชนี PMI และตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของเฟด
  • นักวิเคราะห์ชี้ว่าหากราคาทองคำสามารถทะลุและยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะเป็นสัญญาณยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำเปิดสัปดาห์นี้ด้วยสัญญาณบวก หลังตลาดเริ่มมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจไม่มีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว

จับตาเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องซื้อขายอย่างระมัดระวังเพื่อรอแรงกระตุ้นสำคัญจากการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC (Fed Minutes) ในการดูทิศทางเงินเฟ้อ หากเฟดยังคงเข้มงวด ดอลลาร์อาจพลิกมาแข็งค่าซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อทิศทางทองคำระยะสั้น

นอกจาก Fed Minutes แล้ว ยังมีประเด็นเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องติดตาม ทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการ รวมถึงตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด ทั้งนี้ หากตัวเลขออกมาแกร่งเกินคาด

ส่งผลให้ตลาดอาจกลับมาให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ดอลลาร์พุ่ง จะกดดันราคาทองคำอาจมีย่อในระยะสั้น ในทางกลับกันหากตัวเลขเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว อาจจะเพิ่มความผ่อนคลายนโยบายการเงินและการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะหนุนราคาทองคำทะยานขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ

ตะวันออกยังเปราะบาง

ด้านปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์นั้น ประเมินว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบางสูง แม้จะมีความพยายามเดินหน้าเจรจา แต่ความตึงเครียดได้กลับมารุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีและระงับสิทธิการขายน้ำมันของอิหร่าน ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของการขนส่งพลังงานโลกยังคงอยู่

หากความขัดแย้งยกระดับจนผลักดัน เงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ ในระยะสั้นผ่านมุมมองดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูงต่อไป อย่างไรก็ดี ในระยะยาวความไม่แน่นอนนี้จะยิ่งตอกย้ำ คุณค่าของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่มั่นคง

ชี้ฐานสะสม 64,900 - 64,000 บาท 

กลยุทธ์การลงทุนว่า ราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณรีบาวด์และเคลื่อนไหวในกรอบฟื้นตัว โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,250 - 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 66,800–67,500 บาท ซึ่งหากสามารถทะลุและยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะเป็นการยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น

ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,125 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,065 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 64,900 - 64,000 บาท ซึ่งมองเป็นจังหวะพักฐานเพื่อสะสม

ดังนั้น นักลงทุนระยะสั้นแนะนำใช้จังหวะย่อตัวเข้าซื้อและทยอยแบ่งขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน ส่วนผู้ลงทุนระยะกลางถึงระยะยาวสามารถใช้ช่วงการอ่อนตัวเป็นโอกาสทยอยสะสมทองคำเพิ่ม โดยยังต้องติดตามรายงานการประชุม Fed Minutes และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป