
หุ้นไทยเปิดอ่อนตัวใกล้ 1,585 จุด หุ้นแบงก์นำตลาด โบรกชี้เสี่ยง Tech กดดัน แนะถือเงินสด
SET เปิดลบเล็กน้อยท่ามกลางแรงซื้อหุ้นแบงก์ที่ช่วยประคองตลาด แต่ปัจจัยต่างประเทศยังสร้างแรงกดดันต่อหุ้นเทคและกลุ่ม AI หลังความกังวลเรื่องการแข่งขันธุรกิจ Cloud เพิ่มขึ้น โบรกประเมินดัชนีแกว่งในกรอบ 1,570-1,600 จุด พร้อมแนะเน้นลงทุนหุ้นมูลค่าที่ราคายังน่าสนใจ
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวลดลงเล็กน้อยใกล้ระดับ 1,585 จุด
- กลุ่มหุ้นธนาคารปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดและเป็นผู้นำด้านมูลค่าการซื้อขาย
- โบรกเกอร์ชี้ว่าตลาดมีความเสี่ยงจากแรงกดดันของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มการถือครองเงินสด
วันที่ 2 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:08 น. ที่ระดับ 1,586.54 จุด ลดลง 1.69 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.11% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,589.15 - 1,584.05 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 11,841.02 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- KBANK ราคา 226.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท หรือ 3.67% มูลค่าซื้อขาย 1,625.72 ล้านบาท
- SCB ราคา 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.36% มูลค่าซื้อขาย 1,150.69 ล้านบาท
- KTB ราคา 39.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 2.63% มูลค่าซื้อขาย 919.21 ล้านบาท
- BBL ราคา 185.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 2.78% มูลค่าซื้อขาย 898.25 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 130.50 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.76% มูลค่าซื้อขาย 618.60 ล้านบาท
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (1 ก.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดลบ 14 จุด (-0.03%) ขณะที่ S&P500 ลบ 1.8% นักลงทุนลดน้ำหนักในกลุ่ม Semiconductor หลังมีรายงานว่า META เตรียมเปิดให้บริการ Cloud
ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1.9% หลังจากทรัมป์กล่าวว่าการเจรจาสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ กาตาร์ (Qatar) เป็นไปได้ด้วยดี โดยหุ้น Hyperscalers ฟื้นตัวเด่นไม่ว่าจะเป็น AMZ MSFT GOOGL คืนนี้รอติดตามแรงงานสหรัฐฯ
ปัจจัยต่างประเทศ
META ประกาศว่าเตรียมจะให้บริการเช่า Cloud นักลงทุนบางกลุ่มจึงกังวลว่ากำลังการผลิต DataCenter เป็นไปได้ไหมว่าเริ่มเข้าสู่ OverSupply เพราะส่วนหนึ่ง META ระบุว่าจะเอาทรัพยากรส่วนเกินที่มีอยู่ออกมาทำรายได้ กดดันหุ้น Semicon doctor ปรับฐานแรง (MU -11% SNDK -11%)
แต่ก็ยังเร็วไปที่จะประเมินเช่นนั้น เพราะหาก Capex Hyperscalers ยัง เร่งตัวก็เป็นไปได้ที่ผลประกอบการ Semi จะดีต่อเนื่อง แต่ส่วน หนึ่งเป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาร้อนแรง อีกปัจจัยได้แก่การ แถลงของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) แต่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ท่านนี้ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ พร้อมย้ำจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการชี้นำล่วงหน้า ทำให้อัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐฯทรงตัวและ Dollar แข็งเล็กน้อย
ปัจจัยในประเทศ
ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ แต่เช้านี้ Kospi-5.9% อาจกดดันหุ้นกลุ่ม AI ของ SET (AMATA WHA DELTA) จากการแถลงของ META เมื่อคืนประกอบกับ SET INDEX เริ่มมี Valuation ที่สูงจากการ เข้าใกล้ 1600 จุด (Forward PE 16 เท่า) ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ พลิกกลับมาขายสุทธิวานนี้ 1.59 พันล้านบาท
โดยวันนี้ประเมิน SET ในกรอบ 1,570 - 1,600 จุด อาจมีแรงกดดันจากกลุ่ม Tech ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนอาจเพิ่มการถือครองเงินสดมากขึ้นจากความเสี่ยงที่รายงานไปข้างต้น ส่วนหุ้นแนะนำเน้นที่ Value Play อาทิ ธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) การเงิน (MTC SAWAD) เครื่องดื่ม (ICHI CBG) ท่องเที่ยว (MINT CENTEL) และ โรงพยาบาล (BCH) เป็นต้น
หุ้นแนะนำ
- BCH : ราคาหุ้นที่ปรับลงมา คาดรับรู้ปัจจัยลบไปหมดแล้ว เช่น สงครามในตะวันออกกลางที่กระทบทั้งกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ (ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท)
- CPALL : Valuation ที่น่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ราว 13 เท่า PE’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต พร้อมด้วยผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังระดับ 3-4% (ราคาเป้าหมาย 61.00 บาท)







