
PLANB ทุ่ม 7.2 พันล้าน ซื้อ COM7 เพิ่ม 11.01% โบรกชี้เดิมพัน Synergy มากกว่าปันผล
PLANB ทุ่ม 7.2 พันล้านบาท ซื้อหุ้น COM7 เพิ่มเป็น 11.01% โบรกชี้เดิมพัน Synergy มากกว่าปันผล ด้าน COM7 ยันผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ได้ขายหุ้น ไม่กระทบอำนาจควบคุมบริษัท
KEY
POINTS
- PLANB อนุมัติเงินลงทุนกว่า 7.2 พันล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้น COM7 เพิ่มเติมในสัดส่วนไม่เกิน 11.01%
- โบรกเกอร์มองว่าเป้าหมายหลักของการลงทุนคือการสร้าง Synergy ทางธุรกิจ โดยนำธุรกิจสื่อนอกบ้านของ PLANB มารวมกับเครือข่ายร้านค้ากว่า 1,300 สาขาของ COM7
- COM7 ยืนยันว่าผู้ถือหุ้นใหญ่และกรรมการไม่ได้ขายหุ้น และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่ออำนาจการควบคุมบริษัท
PLANB อนุมัติลงทุนเพิ่มใน COM7 วงเงินประมาณ 7,215 ล้านบาท ถือหุ้นรวมไม่เกิน 11.01% หวังต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจและรับผลตอบแทนระยะยาว ขณะที่โบรกเกอร์มองมูลค่าดีลอยู่ที่การสร้าง Synergy ระหว่างเครือข่ายร้านค้ากว่า 1,300 สาขาของ COM7 กับธุรกิจสื่อนอกบ้านของ PLANB ส่วน COM7 ยืนยันผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งและกรรมการไม่ได้ขายหุ้น พร้อมระบุการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่กระทบอำนาจควบคุม และ PLANB ยังไม่เข้าเกณฑ์ทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์
PLANB อนุมัติลงทุนเพิ่มใน COM7 วงเงินกว่า 7.2 พันล้านบาท
บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญของบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 จำนวนไม่เกิน 263 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 11.01% ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ COM7
การลงทุนดังกล่าวมีวงเงินรวมไม่เกิน 7,219 ล้านบาท โดยคาดว่าจะใช้เงินสดจริงประมาณ 7,215 ล้านบาท ผ่านการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือวิธีการอื่นที่เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ฯ
เข้าข่ายรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ประเภท 2
บริษัทระบุว่า รายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ประเภทที่ 2 ตามประกาศว่าด้วยการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ โดยเมื่อรวมกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีขนาดรายการสูงสุด 42.39% ตามเกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน อ้างอิงงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
PLANB จึงมีหน้าที่เปิดเผยสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และจัดส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นภายใน 21 วัน นับจากวันที่เปิดเผยข้อมูล ขณะที่รายการดังกล่าวไม่ถือเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน เนื่องจากผู้ขายหุ้นไม่มีความสัมพันธ์กับบริษัท
เลือกลงทุนในผู้นำค้าปลีกไอที มองสร้างผลตอบแทนระยะยาว
PLANB ระบุว่า COM7 เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศและสินค้าไลฟ์สไตล์ ผ่านแบรนด์หลัก ได้แก่ BaNANA, Studio7 รวมถึงธุรกิจศูนย์บริการ iCare ซึ่งมีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและยังมีศักยภาพเติบโตตามแนวโน้มการใช้เทคโนโลยี
บริษัทเชื่อว่าการลงทุนครั้งนี้จะสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลในระยะยาว พร้อมเปิดโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างทั้งสองบริษัท
สำหรับการกำหนดมูลค่าการลงทุน บริษัทใช้หลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานสากล ทั้งวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ราคาซื้อขายเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (VWAP) ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ และการเปรียบเทียบกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน
ใช้เงินกู้เป็นแหล่งทุน นำหุ้น COM7 ค้ำประกัน
แหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนครั้งนี้มาจากเงินกู้ของสถาบันการเงิน โดย PLANB ได้นำหุ้น COM7 บางส่วนที่ถือครองอยู่ไปจำนำเป็นหลักประกัน และมีภาระนำเงินปันผลบางส่วนที่ได้รับจาก COM7 ไปชำระคืนเงินกู้
คณะกรรมการบริษัทมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การลงทุนดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาว และไม่มีกรรมการรายใดมีส่วนได้เสียในรายการ
โบรกฯ ชี้มูลค่าดีลอยู่ที่ Synergy มากกว่าผลตอบแทนการลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส มองว่า มูลค่าที่แท้จริงของดีลนี้ไม่ได้อยู่ที่เงินปันผลหรือกำไรจากราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นโอกาสในการสร้าง Synergy ระหว่าง PLANB และ COM7
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า COM7 มีเครือข่ายร้านค้ากว่า 1,300 สาขา และมีฐานลูกค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ PLANB มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อนอกบ้านและสื่อ ณ จุดขาย หากสามารถพัฒนาร้าน BaNANA และ Studio7 ให้เป็นเครือข่ายสื่อเชิงพาณิชย์ จะช่วยขยายฐานรายได้และเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือการเกิด Synergy ที่เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสื่อภายในร้าน การสร้างแพลตฟอร์มการตลาดร่วม หรือการสร้างรายได้ใหม่จากฐานลูกค้าของ COM7 เพราะหากไม่สามารถต่อยอดทางธุรกิจได้จริง การลงทุนครั้งนี้อาจถูกมองเป็นเพียงการลงทุนทางการเงินขนาดใหญ่
คงคำแนะนำ "ซื้อ" PLANB ลุ้นกำไรครึ่งปีหลังเร่งตัว
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ PLANB ยังแข็งแกร่ง โดยคาดกำไรเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้บริหารสื่อของ VGI และ Hello เต็มไตรมาส รวมถึงอัตราการใช้สื่อที่ยังอยู่ในระดับสูงราว 70%
ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2569 ราคาเหมาะสมที่ 5.70 บาท และคำแนะนำ "ซื้อ" โดยคาดว่าผลประกอบการจะเร่งตัวในช่วงครึ่งปีหลัง จากการขยายพื้นที่สื่อ การปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณา และการเติบโตของธุรกิจมวยซึ่งมีอัตรากำไรสูง
ทั้งนี้ ประมาณการดังกล่าวยังไม่ได้รวมผลกระทบจากการลงทุนใน COM7 ซึ่งจะมีการทบทวนอีกครั้งหลังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากการประชุมนักวิเคราะห์
COM7 ยืนยันผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ได้ขายหุ้น ไม่กระทบอำนาจควบคุม
ด้าน COM7 ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ภายหลัง PLANB แจ้งการเข้าซื้อหุ้นจำนวน 263 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 11.01% ของทุนชำระแล้วของบริษัท ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีการเปลี่ยนแปลง บริษัทได้ตรวจสอบข้อมูลกับนายสุระ คณิตทวีกุล ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง และได้รับการยืนยันว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง รวมถึงกรรมการบริษัททุกคน ไม่ได้เป็นผู้ขายหุ้นในรายการดังกล่าว
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า หากได้รับรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป
COM7 ยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่ออำนาจควบคุม โครงสร้างการบริหารงาน หรือการกำหนดนโยบายดำเนินธุรกิจของบริษัท อีกทั้งการเข้าซื้อหุ้นของ PLANB ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer) เนื่องจากสัดส่วนการถือหุ้นยังไม่ข้ามระดับที่กฎหมายกำหนด
ราคาหุ้น PLANB พุ่งกว่า 7% สวนทาง COM7 ร่วงแตะ -3.6%
สำหรับการเคลื่อนไหวหุ้นบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ราคาเพิ่มขึ้นทันทีที่เปิดการซื้อขายที่ระดับ 4.87 บาทเพิ่มขึ้น 0.14 บาท โดยราคาปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 4.98 บาท เพิ่มขึ้น 0.34 บาทเพิ่มขึ้น 7.33% ก่อนจะปิดซื้อขายช่วงเช้าที่ 4.86 บาทเพิ่มขึ้น 0.22 บาท หรือปรับขึ้น 4.74%
ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ปรับลดลงทันทีที่เปิดการซื้อขาย โดยลดลงไปต่ำสุดที่ระดับ 26.75 บาทลดลง 1.00 บาทหรือ ลดลง 3.60% ก่อนจะปิดการซื้อขายช่วงเช้าที่ระดับ 27.50 บาท ลดลง 0.25 บาทหรือ 0.90%







