
COM7 ทำ All Time High กวาดรายได้ 8.72 หมื่นล้าน กำไรพุ่งกว่า 4 พันล้าน
COM7 ประกาศผลงานปี 68 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ กวาดรายได้ 87,255 ลบ. กำไรโต 22.3% รับอานิสงส์ธุรกิจเช่าซื้อ-ประกันขาขึ้น ตั้งเป้าปี 69 โตต่อ 10% รุกตลาด Taxi EV
KEY
POINTS
- COM7 เผยผลประกอบการปี 2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) มีรายได้รวม 87,255 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,064 ล้านบาท เติบโต 22.3%
- ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี และการขยายธุรกิจในเครือที่มีกำไรสูง เช่น ธุรกิจเช่าซื้อ UFUND และธุรกิจประกัน iCare Insurance
- บริษัทตั้งเป้าหมายปี 2569 รายได้เติบโต 10% พร้อมเตรียมเสนอจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 1.10 บาท
นายถกล นิยมไทย Head of Investor Relations บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) (COM7) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยว่า ในปี 2568 ภาพรวมผลการดำเนินงานที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ และเป็นอีกปีที่ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท (All Time High) ทั้งในแง่ของรายได้และกำไร พร้อมตั้งเป้าปี 2569 รายได้เติบโต 10% ในส่วนของกำไรสุทธิเติบโต 10-15%
พร้อมกับกลยุทธ์ในการต่อยอดธุรกิจจากบริษัทในเครือที่มีผลงานที่ดีขึ้น ตอกย้ำแผน Diversity สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง สร้างผลกำไรขึ้นมาอย่างโดดเด่น ในขณะที่ ทิศทางธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยียังคงเติบโตต่อเนื่อง และเป็นรากฐานในการต่อยอด COM7 ในอนาคต
"หนึ่งใน Key Driver สำคัญที่ผลักดันผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา คือ ธุรกิจประกัน ภายใต้ บริษัท ไอแคร์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ iCare Insurance ปี 2568 ที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 711 ล้านบาท เติบโต 84% กำไรสุทธิ 141 ล้านบาท เติบโต 127% มีทิศทางที่ดีจากการเติบโตในทุกพอร์ต โดยพอร์ตหลักสมาร์ทโฟน เริ่มขยายไปยังกลุ่มสุขภาพ กลุ่มรถยนต์ ด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไฮไลท์อยู่ที่การร่วมมือกับทาง Apple ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Cover+ ตอบโจทย์ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ iPhone พร้อมสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่คุ้มค่า"
นายกชกร บูรณวุฒิกุล Senior Finance Manager COM7 เปิดเผยถึงความสำเร็จในธุรกิจเช่าซื้อ “UFUND” ภายใต้ บริษัท ธันเดอร์ ฟินฟิน จำกัด มีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาที่ได้รับการชำระจากลูกค้า 872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% กำไรสุทธิ 485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% และเป็นส่วนสนับสนุนยอดขาย COM7 ในปี 2568 ปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้วที่ 5,647 ล้านบาท สะท้อนทิศทางที่ดี สนับสนุนรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย NPL ต่ำกว่า 1% เพราะเราเริ่มเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า
ประกอบกับ ขยายไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไป (สัดส่วน 70%) และกลุ่มนักศึกษา (สัดส่วน 30%) ด้วยดอกเบี้ยที่มีความเหมาะสม วันนี้ COM7 ยังขยายไปตลาด Android เพิ่มเติม เนื่องจากมีจำนวนตลาดที่ใหญ่ ในปี 2569 พร้อมรุกตลาดเช่าซื้อ UFUND ขยายจุดให้บริการไปพาร์ตเนอร์อื่นๆ ทั่วประเทศ ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโตไม่ต่ำกว่า 50%
สำหรับ ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ GAC AION โดย บริษัท โกลด์ อินทิเกรท จำกัด ปัจจุบันมีจำนวน 7 รุ่น ณ สิ้นปี 2568 ขายรถผ่านช่องทาง B2C ไปแล้ว 3,665 คัน ในปี 2569 มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง และตั้งเป้าการเติบโตประมาณ 20%
ด้าน ธุรกิจให้เช่าแท็กซี่ไฟฟ้า (Taxi EV) ภายใต้ บริษัท อีวีเซเว่น จำกัด (EV7) เพื่อตอบรับโอกาสจากรถแท็กซี่ที่หมดอายุประมาณ 30,000 กว่าคัน ด้วยการนำเสนอ Taxi EV ที่ให้ความคุ้มค่าที่มากขึ้นกับคนขับแท็กซี่ สอดรับเทรนด์การใช้รถไฟฟ้าช่วยลดมลพิษในกรุงเทพฯ ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิง อีกทั้ง ยังเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของการบริการแท็กซี่ในประเทศไทยอีกด้วย ณ สิ้นปี 2568 EV7 ได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแล้วจำนวน 1,673 คัน และตั้งเป้าปี 2569 จะส่งมอบเพิ่มอีก 3,600 คัน ส่งผลให้จำนวน Taxi EV ภายใต้แพลตฟอร์มรวมมากกว่า 5,000 คัน สะท้อนการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Mobility Ecosystem
ทั้งนี้ ภาพรวมผลประกอบการปี 2568 COM7 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 87,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากปีที่ผ่านมา กำไรขั้นต้น 11,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 4,064 ล้านบาท เติบโต 22.3% จากปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารทั้งด้านรายได้และต้นทุน อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 13.5% จาก 13.2% ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเหลือ 7.7% ตอกย้ำการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงการขยายธุรกิจที่มีกำไรสูง เช่น UFUND, iCare Insurance (COVER+) ตลอดจนการบริหารพอร์ตลูกหนี้อย่างมีคุณภาพ สะท้อนศักยภาพของ Ecosystem ที่ครบวงจรทั้ง ขาย–ผ่อน–ประกัน–บริการ เป็นฐานสำคัญในการต่อยอดการเติบโตปี 2569 ในด้านช่องทางการจำหน่าย ณ สิ้นปี 2568 COM7 มีสาขารวมทั้งสิ้น 1,338 สาขาทั่วประเทศ ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 100 สาขาในปี 2569 โดยเน้นไปที่แบรนด์หลักอย่าง Studio7 และ BaNANA เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Core Business ควบคู่กับการทยอยปิดสาขาที่ไม่สามารถทำกำไรและยุติธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพพอร์ตสาขาโดยรวม
เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.10 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 10 มีนาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิจะได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 11 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ การให้สิทธิได้รับปันผลยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในวันที่ 22 เมษายน 2569

