
ก.ล.ต. ผนึก ปปง.-ธปท.-CIB ล่าธุรกรรมต้องสงสัย สกัดทุนเทา–คอลเซ็นเตอร์
รัฐเอาจริงปราบทุนเทา! ก.ล.ต. จับมือ ธปท. ปปง. และ CIB เชื่อมข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัย ติดตามเส้นทางเงินผิดกฎหมาย เพิ่มอำนาจสกัดคอลเซ็นเตอร์–อาชญากรรมไซเบอร์เชิงรุก
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ร่วมมือกับ ปปง., ธปท. และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อบูรณาการการทำงานและแลกเปลี่ยนข้อมูล
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย และติดตามเส้นทางการเงินของอาชญากร
- มุ่งสกัดกั้นและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มทุนสีเทา ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และการฟอกเงิน
- ความร่วมมือครอบคลุมถึงการป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการกระทำความผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินและตลาดทุนไทย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการ
ฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ภายใต้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและพฤติกรรมการทำธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยและสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
นำโดย นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต., นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง., นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. ได้รับมอบหมายโดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. และพันตำรวจเอก วิญญู แจ่มใส ผู้กำกับการ กองกำกับการ 5 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) รักษาราชการแทน ผู้กำกับการ กองกำกับการ 3 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้รับมอบหมายโดยพลตำรวจตรี ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
ร่วมหารือเพื่อความร่วมมือ (Joint Operation) โดยบูรณาการกระบวนการทำงานระหว่างหน่วยงานให้คล่องตัวและบรรลุเป้าหมายในการเชื่อมโยงข้อมูลพฤติกรรมการทำธุรกรรมต้องสงสัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสร้างความน่าเชื่อถืออย่างเป็นรูปธรรมในการกำกับดูแลการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมาย ณ สำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมมือกันเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย จึงได้ผนึกกำลังกับ ธปท. ปปง. และ CIB
อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องในฐานะตัวกลาง
และป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นช่องทางในการกระทำอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน อันเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูล (Connecting the dots) และบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ
เชื่อมั่นว่าการประสานงานร่วมกันกับทั้ง 4 หน่วยงานในครั้งนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งเป็นการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในมาตรฐานการตรวจสอบ ป้องกัน และสกัดกั้นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจของประเทศ
นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า สำนักงาน ปปง. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบูรณาการความ
ร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและ
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
โดยเฉพาะการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบุพฤติการณ์ที่มีความเสี่ยงและติดตามเส้นทางการเงินได้อย่างทันท่วงที การดำเนินงานร่วมกันในลักษณะ Joint Operation ของทั้ง 4 หน่วยงานในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบข่าวกรองทางการเงิน
และสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการสืบสวนสอบสวน การยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตลอดจนการสกัดกั้นและยับยั้งเครือข่ายการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และโครงการพิเศษ ธปท. กล่าวว่า ธปท. ให้ความสำคัญอย่าง
ยิ่งต่อการรักษาความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของระบบการเงินไทย ไม่ให้ถูกใช้เป็นช่องทางหรือแหล่งฟอกเงินของอาชญากรรมทางการเงินทุกรูปแบบ
โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของสถาบันการเงินไทยในการป้องกันความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินให้สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพ ความเชื่อมั่น และความน่าเชื่อถือของระบบการเงินไทยในระยะยาว รวมทั้งคุ้มครองประชาชนจากภัยทางการเงินและมิจฉาชีพออนไลน์
การผนึกกำลังระหว่าง 4 หน่วยงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการยกระดับความร่วมมือในการเชื่อมโยง
ข้อมูลและการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทาง
เทคโนโลยีและการฟอกเงิน ตลอดจนเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของระบบการเงินไทยให้เข้มแข็ง
ยิ่งขึ้น
พันตำรวจเอก วิญญู แจ่มใส ผู้กำกับการ 3 บก. ปอศ. กล่าวว่า “ศูนย์ ACSC ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความ
ร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนและ
เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงข้อมูลพฤติกรรมต้องสงสัย
ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวน ติดตามเส้นทางการเงิน และขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ภายใต้นโยบายของ พลตำรวจเอก ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และพลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
รวมถึงการแก้ไขปัญหาขบวนการคอลเซ็นเตอร์และภัยออนไลน์ในทุกมิติ บก.ปอท. พร้อมสนับสนุนและบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ การดำเนินการดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC)
โดยที่มุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์ และอาชญากรรมไซเบอร์ทุกรูปแบบ ผ่านการบูรณาการข้อมูล การบังคับใช้กฎหมาย และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการจัดการกระทำความผิดกฎหมาย การฟอกเงิน ผ่านระบบการเงินและสินทรัพย์
ดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินที่มีธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
โดย ก.ล.ต. พร้อมดำเนินการทุกมิติเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 มาตรการสกัดกั้นทุนเทาของ ก.ล.ต. เพื่อให้มั่นใจว่า สามารถสกัดกั้นและยับยั้งช่องทางของทุนเทาหรืออาชญากรรมทางการเงิน รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว และคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนจากภัยของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจทุกประเภท





