
ดาวโจนส์บวก 159.95 จุด สวน Nasdaq กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังราคาน้ำมันเร่งตัว
ดัชนีดาวโจนส์บวก 159.95 จุด สวนทาง Nasdaq นักลงทุนกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเห้อและราคาน้ำมันเร่งตัว และมีการเทขายหุ้นเทคโนโลยี เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก สวนทางกับดัชนี Nasdaq และ S&P500 ที่ปรับตัวลดลงจากการเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
- นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจกระตุ้นเงินเฟ้อ และส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนี Nasdaq ปิดลบ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (18 พ.ค.) แต่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
อีกทั้งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันยังทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมอาจจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีก
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,686.12 จุด เพิ่มขึ้น 159.95 จุด หรือ +0.32%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,403.05 จุด ลดลง 5.45 จุด หรือ -0.07%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,090.73 จุด ลดลง 134.41 จุด หรือ -0.51%
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2568 เนื่องจากความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะชะงักงันของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวสูงขึ้นด้วย
อย่างไรก็ดี ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 36.7% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 3% แต่ราคาน้ำมันลดช่วงบวกหลังตลาดปิดทำการ ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กลดช่วงลบ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ระงับแผนการโจมตีอิหร่านเอาไว้ก่อน เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน
หลังจากที่อิหร่านได้ส่งข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ให้กับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์กล่าวเสริมว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งหากไม่มีข้อตกลง
นักวิเคราะห์จาก NFJ Investment Group ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้ ซึ่งตัวแปรสำคัญคือการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นสาเหตุให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้การคาดการเงินเฟ้อหลุดจากกรอบ
นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้สร้างแรงกดดันต่อหุ้นของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีระยะเวลาการลงทุนยาวนาน เช่น กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มผู้ผลิตชิป
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยลดลง 0.97% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลง 0.42% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.8% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคดีดตัวขึ้น 1.3%
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Dominion Energy ซึ่งเป็นบริษัทด้านสาธารณูปโภค พุ่งขึ้น 9.4% หลังจากมีรายงานว่า NextEra Energy ซึ่งเป็นบริษัทพลังงาน จะเข้าซื้อกิจการของ Dominion Energy ภายใต้ข้อตกลงในรูปหุ้นทั้งหมด มูลค่าประมาณ 6.68 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หุ้น NextEra ร่วงลง 4.6%







