
YLG ชี้ทองคำยังเป็นขาขึ้น รับแรงหนุนสงคราม-เงินเฟ้อ-หนี้โลก
YLG ประเมินทองคำยังมีอัพไซด์ แม้ตลาดผันผวนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และหนี้สาธารณะทั่วโลก มองระยะยาวยังรักษาแนวโน้มขาขึ้น คงเป้าราคาทองปี 2569 ที่ 88,700 บาทต่อบาททองคำ
KEY
POINTS
- YLG วิเคราะห์ว่าราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนสูงในระยะสั้น
- ปัจจัยหนุนหลักมาจาก 3 ด้าน คือ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์, ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และหนี้สาธารณะทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
- การที่ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ (De-dollarization) และแนวโน้มดอกเบี้ยต่ำเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นอีกแรงหนุนสำคัญต่อราคาทองคำ
บริษัท YLG Bullion & Futures เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้วประมาณ 7% แม้ระหว่างทางจะมีความผันผวนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ รวมถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะทั่วโลก
เปิด 3 ปัจจัยหนุนทองคำเดินหน้าต่อ
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าวว่า แม้ราคาทองคำปีนี้จะแกว่งตัวแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา แต่ภาพใหญ่ระยะยาวยังไม่เสียแนวโน้มขาขึ้น โดย YLG ยังคงเป้าหมายราคาทองคำปีนี้ไว้ที่ 5,596-5,769 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 86,000-88,700 บาทต่อบาททองคำ
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ยังสนับสนุนทองคำมาจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะและปริมาณเงินในระบบ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินหลักมีแนวโน้มด้อยค่าลง ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ ยังเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองเพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ หรือแนวโน้ม De-dollarization
นอกจากนี้ หลายประเทศยังจำเป็นต้องใช้นโยบายขาดดุลงบประมาณเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถรักษาระดับดอกเบี้ยสูงได้เป็นเวลานาน เพราะต้นทุนทางการคลังจะเพิ่มขึ้น ซึ่งสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยต่ำถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว
เตือนตลาดทองผันผวนสูง ระยะกลางพักฐาน
สำหรับมุมมองทางเทคนิค YLG ระบุว่า ราคาทองคำยังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว 200 วันได้ต่อเนื่อง สะท้อนภาพขาขึ้นในระยะยาว แม้ระยะกลางยังอยู่ในช่วงพักฐาน (Correction)
โดยประเมินว่า หากราคาทองคำยังยืนเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 69,150 บาทต่อบาททองคำได้ มีโอกาสเกิดการย่อตัวแล้วดีดกลับ (Pullback) เพื่อขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 4,765-4,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 73,250-75,200 บาทต่อบาททองคำ
หากผ่านระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสขึ้นต่อสู่บริเวณ 5,285-5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 81,250-83,000 บาทต่อบาททองคำ
อย่างไรก็ตาม YLG มองว่า แม้ทองคำยังมี Upside จากทั้งปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค แต่การปรับตัวขึ้นจะไม่เป็นเส้นตรง โดยตลาดจะมีลักษณะแกว่งขึ้นสลับพักฐานเป็นระยะ และมีความผันผวนสูง นักลงทุนจึงควรบริหารความเสี่ยงและวางแผนการลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น







