
พอร์ตพังเครียดหนัก! '9 วิธีเยียวยาใจ' เมื่อลงทุนพลาด โดยนักจิตบำบัดการเงิน
ขาดทุนจนนอนไม่หลับ? 'ดร.รพีพงค์ ยังวราสวัสดิ์ นักจิตบำบัดการเงิน' แนะ 9 เคล็ดลับกู้สติจัดการ Money Stress ตั้งแต่การยอมรับความผิดพลาด ปรับ Mindset จนถึงการหาความสงบทางใจ เพื่อให้คุณไปต่อได้แม้ในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ
KEY
POINTS
- นักจิตบำบัดการเงินแนะให้สำรวจและยอมรับความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจที่เกิดจากการลงทุนล้มเหลว
- เรียนรู้จากข้อผิดพลาดในอดีต ปรับพฤติกรรม และวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อก้าวต่อไป
- สร้างกรอบความคิด (Mindset) การลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้จริง และศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนเสมอ
- ดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง ควบคู่ไปกับการหากิจกรรมบำบัดต่างๆ เช่น การคิดบวก การจดบันทึก และการออกกำลังกาย เพื่อลดความเครียด
ดร.รพีพงค์ ยังวราสวัสดิ์ นักจิตบำบัดการเงิน เขียนบทความ "9 วิธีในการจัดการความเครียดเมื่อเราลงทุนผิดพลาด" ระบุว่า
“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุน” คำพูดนี้ เรามักจะเห็นบ่อย ตามประกาศโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ของสถาบันการเงิน หนึ่งใน ความเสี่ยง(เชิงลบ) ที่นักลงทุนอาจต้องเผชิญ คือ “ความเครียด” ซึ่งอาจมาในรูปของความรู้สึกเสียใจ ผิดหวัง รู้งี้ วิตกกังวล กลัว ความเครียด ความไม่สบายใจ ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบไปที่ สุขภาพร่างกายของเรา เช่น ปวดหัว ไมเกรน นอนไม่หลับ ฝันร้าย ดังนั้น การจัดการความเครียดทางการเงิน การลงทุน (Money Stress) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตเราสามารถไปต่อได้
1. สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับ จิตใจ และ ร่างกายของเรา
สำรวจ จิตใจ ของเรา อารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับจิตใจของเรา List แต่ละอารมณ์ ความรู้สึก ที่เกิดขึ้นกับเรา ระบุระดับความเข้มข้นที่เกิดขึ้น
- ถ้า ระดับ น้อย เราอาจรู้สึก เบื่อๆ เซ็งๆ
- ระดับ ปานกลาง เราอาจรู้สึก ไม่อยากทำอะไร เริ่มหมดไฟ ปล่อยวางไม่ค่อยจะได้
- ระดับ มาก - มากที่สุด จะมีภาวะคิดหมกมุ่น ซึมเศร้า หมดไฟ มีการเจ็บป่วยทางร่างกายที่หนัก หรือ ถึงขั้นรุนแรง
สำรวจสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเรา เช่น นอนไม่หลับ ใจสั่น มือสั่น
2.ยอมรับ และ เรียนรู้ในสิ่งที่เราทำผิดพลาด
1) ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา
2) สังเกตพฤติกรรมที่เรามักทำผิดพลาดบ่อย เช่น เพราะเรามีพฤติกรรมใจดีเกินไปเลยต้องมานั่งเสียใจภายหลัง เรามีพฤติกรรมเชื่อคนง่าย ไม่ค่อยคิดรอบคอบ เราเป็นคนไม่ค่อยคำนึงถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดถ้าเกิดขึ้นกับเราเราจะทำอย่างไร เวลาเราโลภ เราอยากได้ เรามักขาด สติ
3) ปรับพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายกับเงินในกระเป๋าของเรา
4) มองเป็นคุณค่าเชิงประสบการณ์ ประสบการณ์การลงทุนผิดพลาดครั้งนี้สอนอะไรเรา เราจะเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาดครั้งนี้ เพื่อทำให้ถูกขึ้นอย่างไร ? ให้อภัยตัวเรา ด้วยการทำปัจจุบันของเราให้ดีที่สุด รอบคอบที่สุด มี สติ มากที่สุด
3. เราจะแก้ปัญหาอย่างไร ?
การ List ปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นกับเราและ เลือกว่าจะแก้ปัญหาไหนก่อนหลัง การค้นหาทางเลือกที่สร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและลงมือแก้ปัญหา ทุกทางเลือกมีความเสี่ยง มีทั้งความเสี่ยงเชิงบวก และ ความเสี่ยงเชิงลบ การพิจารณาทางเลือกที่สร้างสรรค์อย่างรอบคอบจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเมื่อเราได้ตัดสินใจกับทางเลือกใด เราควรมีความพร้อมในการเผชิญความจริงและรับผิดชอบกับผลลัพธ์ของทางเลือกที่เราได้ตัดสินใจเลือก
4. รู้เท่าทัน Money Game ที่เรากำลังจะเข้าไปลงทุน
การหาความรู้ ความเสี่ยง กฎ กติกา ใน Money Game นั้นๆ
เงินลงทุนที่เราลงทุนใน Money Game นั้นๆ เรา รับความเสี่ยงได้จริงๆ เท่าไหร่ ? หลายครั้งที่เราเครียดเพราะเงินลงทุนนั้นเรารับความเสี่ยงไม่ได้ พอเรารับความเสี่ยงไม่ได้ จิตใจของเราจะไม่สงบนิ่ง ทำให้เราเกิดความเครียดทางการเงิน
ดังนั้น ใน Money Game นั้นๆ เราควรมีการจัดการทางการเงินที่สอดคล้องกับความเสี่ยงของเรา เงินนั้น เรารับความเสี่ยงได้จริง ๆ ถ้าผลลัพธ์ เกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เรารับความเสี่ยงได้ เราพร้อมรับผิดชอบกับการตัดสินใจครั้งนี้ของเราได้
5.ปรับจนเป็น Mindset Investment ที่ใช่
และพัฒนา ปรับ Mindset Investment ของเราจนเป็น Mindset Investment ที่ใช่
Mindset นี้ สอดคล้องกับ ความเสี่ยงของเรา เหมือนเป็นนโยบายการลงทุนของเรา
6.หากิจกรรมบำบัดลดความเครียด ลดความคิดหมกมุ่น
มีสติ ตระหนักรู้ เมื่อเรามีความคิดหมกมุ่น เราอาจจดบันทึกเล่าเรื่องราวนั้น ถ้าเรื่องนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่สร้างสรรค์ เราอาจจะ Note หรือ ใช้ปากกาวงไว้ ว่าเรื่องนี้ จิตใจของเรารู้สึกอ่อนไหว พยายามลดความคิดหมกมุ่น ความคิดวนของเรา
เช่น ตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อลดเวลาที่เราคิดหมกมุ่น ทำกิจกรรมบำบัดที่ทำให้ลืม เจือจางเรื่องที่เราเครียด ทำให้จิตใจของเราเข้มแข็งขึ้น สามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องที่ยาก เรื่องที่เครียดให้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น
7. คิดบวก & หมั่นให้กำลังใจตัวเอง & อธิษฐาน
การคิดบวก ถ้า ช่วงนี้ การคิดบวก มันยาก เราอาจลอง คิดบวกในเรื่องที่ง่ายๆ เรื่องที่ไม่ยาก เราที่ไม่ต้องฝืนตัวเรามาก เช่น วันนี้ ฝนไม่ตก รถไม่ติดอย่างที่คิด เจอเพื่อนเก่า วันนี้ เป็นวันที่เบาๆ สบายๆ
การให้กำลังใจตัวเอง ด้วยการ สำรวจจุดแข็ง จุดที่เราน่าจะพัฒนาได้ จุดที่น่าจะเป็นโอกาสของเรา หรือ เราจะเอาตัวรอดแก้ปัญหากับอุปสรรคที่เราต้องเผชิญนี้ อย่างไร ? เวลาเราสำเร็จเล็กๆ หมั่นให้กำลังใจตัวเองว่าเราสามารถ ไปถึงเป้าหมายที่ใกล้ๆ แล้วค่อยๆ ไปที่ละ Step จนถึง เส้นชัยของเรา
อธิษฐานขอพร ขอพรกับ ตัวเรา หรือ ขอพร กับ สิ่งศักดิ์ที่เรานับถือ ขอให้เราก้าวข้ามผ่านความยากลำบากนี้ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น
8.ประคับ ประคอง ร่างกายและจิตใจของเราให้แข็งแรง
ร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงของเราเป็นเหมือนฐานบ้านในการไปต่อของเรา การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การมีกิจกรรมที่เพลิดเพลินผ่อนคลายจิตใจ
9. อย่าลืมหาความสงบสุขทางการเงิน ความสงบสุขในชีวิตของเรา
การได้ตั้งหลักทบทวนเรียนรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น การมองเป็นคุณค่าเชิงประสบการณ์ที่สอนเรา การได้ทำกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ปล่อยวาง เช่น การได้เล่าระบาย การจดบันทึก นั่งสมาธิ เดินจงกรม โยคะ กิจกรรมที่สร้างความสงบ ผ่อนคลาย ให้กับจิตใจของเรา กิจกรรมที่เหมาะกับ Lifestyleของเรา






