thansettakij
thansettakij
ทีทีบี กำไร Q1/69 แตะ 5.17 พันล้าน ตั้งสำรองเพิ่ม 10% รับแรงกดดันตะวันออกกลาง

ทีทีบี กำไร Q1/69 แตะ 5.17 พันล้าน ตั้งสำรองเพิ่ม 10% รับแรงกดดันตะวันออกกลาง

20 เม.ย. 69 | 11:02 น.
อัปเดตล่าสุด :20 เม.ย. 69 | 11:03 น.

ttb โชว์กำไรทรงตัว 5,170 ล้านบาท คุณภาพสินทรัพย์แกร่ง คุม NPL ต่อเนื่อง 6 ไตรมาส ยกการ์ดรับความเสี่ยงตะวันออกกลาง ตั้งสำรองเพิ่ม 10% เดินเกมดูแลลูกค้า-เพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,170 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจและภาวะดอกเบี้ยขาลง

ผลประกอบการดังกล่าวสะท้อนการบริหารเชิงกลยุทธ์ของธนาคาร ทั้งการปรับพอร์ตสินเชื่อไปสู่กลุ่มรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง การควบคุมต้นทุนทางการเงิน และการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการทางการเงินและการลงทุน

ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารยังสามารถควบคุมหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ที่ระดับประมาณ 39,000 ล้านบาท ต่อเนื่อง 6 ไตรมาส โดยอัตราส่วน NPL อยู่ที่ 2.9% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายทั้งปีที่ไม่เกิน 3.2%

อย่างไรก็ตาม จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ธนาคารได้เพิ่มความระมัดระวัง ด้วยการตั้งสำรองแบบ Management Overlay เพิ่มขึ้น 10% ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองต่อ NPL (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 154% ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับสูงและรองรับความเสี่ยงได้ดี

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี ระบุว่า ธนาคารยังคงยึด 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเสริมกันชนความเสี่ยง การสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น และการดูแลลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจผันผวน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี

ในมิติผู้ถือหุ้น ธนาคารเตรียมเสนอเพิ่มวงเงินโครงการซื้อหุ้นคืนเป็น 35,000 ล้านบาท และขยายระยะเวลาเป็น 4 ปี เพื่อเพิ่มมูลค่าในระยะยาวและลดความผันผวนของราคาหุ้น

ขณะเดียวกัน ธนาคารเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้า ผ่านโครงการ “ผ่อนดี ได้ดี” และมาตรการแก้หนี้ต่าง ๆ เช่น “รวบหนี้” และ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งมีลูกค้าเข้าร่วมรวมหลายแสนราย สะท้อนบทบาทเชิงรุกในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

ในด้านฐานะการเงิน สินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.178 ล้านล้านบาท ลดลง 2.2% จากการชำระคืนหนี้ ขณะที่เงินฝากอยู่ที่ 1.256 ล้านล้านบาท ลดลงเล็กน้อยตามการบริหารสภาพคล่อง โดยอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) อยู่ที่ 94%

รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 16,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% ขณะที่ต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 45% สะท้อนประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่าย

ด้านเงินกองทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนเงินกองทุนรวม (CAR) อยู่ที่ 19.7% และ Tier 1 อยู่ที่ 17.7% สูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย