
‘ดาวโจนส์’ ปิดบวก 238.14 จุด นักลงทุนคลายกังวลสงครามตะวันออกกลาง
ดัชนี ‘ดาวโจนส์’ ปิดบวก 238.14 จุด นักลงทุนคลายกังวลสงครามตะวันออกกลาง หลังอิหร่านได้ส่งสัญญาณเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อยุติ
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 238.14 จุด เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ปัจจัยบวกมาจากการที่อิหร่านส่งสัญญาณเปิดกว้างสำหรับการเจรจา และสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน
- ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (4 มี.ค.) หลังมีรายงานข่าวว่าอิหร่านได้ส่งสัญญาณเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้คำมั่นว่าจะรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน
ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,739.41 จุด เพิ่มขึ้น 238.14 จุด หรือ +0.49%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,869.50 จุด เพิ่มขึ้น 52.87 จุด หรือ +0.78% และ
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,807.48 จุด เพิ่มขึ้น 290.79 จุด หรือ +1.29%
หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่จากกระทรวงข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อทางอ้อมกับสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) เกี่ยวกับการเปิดกว้างต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวได้ถูกส่งผ่านหน่วยข่าวกรองของประเทศหนึ่งที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อ
ด้านทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะส่งเรือรบออกไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะจัดให้มีการประกันภัยแก่เรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยลดความตึงเครียดลงได้บางส่วน
นักวิเคราะห์จาก Clearstead Advisors LLC ระบุว่า การประกาศของทำเนียบขาวช่วยลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ในตลาดน้ำมัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตลาดมีความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจหนุนราคาพลังงานพุ่งขึ้นและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย
โดยสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงนี้ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจที่จะเข้ามาช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกขายออกมาอย่างหนักในเดือนก.พ.
อย่างไรก็ดี นักลงทุนได้กลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้ง ซึ่งช่วยหนุนดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 1.29% โดยหุ้น Micron Technology และหุ้น Advanced Micro Devices ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 5% ขณะที่หุ้น Broadcom และหุ้น Nvidia ต่างก็ดีดตัวขึ้นกว่า 1%
ส่วนดัชนี S&P500 ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้ในเดือนม.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
ขณะที่ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ลดลงกว่า 10% มาอยู่ที่ระดับ 21.15 ซึ่งส่งสัญญาณว่านักลงทุนประเมินว่าความปั่นป่วนในระยะสั้นจะลดน้อยลงแม้ยังมีความขัดแย้งอยู่ก็ตาม
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งสัญญาณผ่อนคลายและทำให้ราคาน้ำมันคลายความร้อนแรงลง โดยหุ้น Exxon Mobil ร่วงลง 1.3% และหุ้น ConocoPhillips ดิ่งลง 2.42%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคบริการพุ่งขึ้นสู่ระดับ 56.1 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565 จากระดับ 53.8 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.5 โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9
ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่





