thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ร่วง 403.51 จุด กังวลวิกฤตตะวันออกกลางหนุนเงินเฟ้อพุ่ง

ดาวโจนส์ร่วง 403.51 จุด กังวลวิกฤตตะวันออกกลางหนุนเงินเฟ้อพุ่ง

04 มี.ค. 2569 | 00:32 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 2569 | 01:23 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วง 403.51 จุด หลังนักลงทุนกังวลสถานการณ์ตึเครียดวิกฤตตะวันออกกลางจะยืดเยื้อหนุนเงินเฟ้อพุ่ง

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงลงกว่า 400 จุด จากความวิตกกังวลของนักลงทุน
  • ความกังวลเกิดจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและทวีความรุนแรง
  • ความขัดแย้งดังกล่าวได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบและค่าขนส่งทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น
  • นักลงทุนหวั่นว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 400 จุดในวันอังคาร (3 มี.ค.) 

ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจจะยืดเยื้อและส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,501.27 จุด ลดลง 403.51 จุด หรือ -0.83%
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,816.63 จุด ลดลง 64.99 จุด หรือ -0.94% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,516.69 จุด ลดลง 232.17 จุด หรือ -1.02%

โดยนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเป็นวงกว้าง หุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุร่วงลง 2.7% และกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลง 1.96% 

ดาวโจนส์ร่วง 403.51 จุด กังวลวิกฤตตะวันออกกลางหนุนเงินเฟ้อพุ่ง

ส่วนดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นแตะระดับสุงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเข้าสู่วันที่ 4 ตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต โดยกองกำลังอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังคงระดมโจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่าน 

ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยขณะนี้ความขัดแย้งกำลังขยายตัวไปยังเลบานอน

การที่อิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือลำใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการหยุดชะงักของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลาง ได้ผลักดันให้อัตราค่าขนส่งทั่วโลกและราคาน้ำมันดิบรวมถึงก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญและเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลก

รายงานล่าสุดระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (DFC) จัดหาประกันภัยความเสี่ยงทางการเมืองและการค้ำประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลที่เดินทางผ่านอ่าวอาหรับ รวมถึงระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หากจำเป็น

นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FRD) มีความซับซ้อนมากขึ้น

ดัชนีดาวโจนส์ รวมทั้ง S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ลดช่วงลบ หลังจากที่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในระหว่างวัน ด้านนักวิเคราะห์ของ Argent Capital ให้ความเห็นว่า นับจนถึงขณะนี้ ปฏิกิริยาของตลาดที่มีต่อความขัดแย้งในตะวันออกกกลางถือว่าเบามาก 

ซึ่งบ่งชี้ว่าความสามารถในการเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี