thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดบวก 17.05 จุด-Nasdaq-S&P500 ปิดลบ หลังหุ้นเทคฯร่วงฉุดตลาด

ดาวโจนส์ปิดบวก 17.05 จุด-Nasdaq-S&P500 ปิดลบ หลังหุ้นเทคฯร่วงฉุดตลาด

27 ก.พ. 2569 | 01:14 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.พ. 2569 | 01:18 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 17.05 จุด-Nasdaq-S&P500 ปิดลบ หลังหุ้นเทคโนโลยีร่วงฉุดตลาด ด้าน Nvidia กำไรและรายได้เกินคาด

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย สวนทางกับดัชนี Nasdaq และ S&P500 ที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคือการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิป (เซมิคอนดักเตอร์)
  • แม้ว่า Nvidia จะมีผลประกอบการดีเกินคาด แต่ก็ไม่สามารถพยุงตลาดได้ โดยหุ้นของบริษัทและหุ้นเทคโนโลยีอื่น ๆ ยังคงปรับตัวลง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) 

ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดลบ โดยตลาดถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 

ขณะที่ Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงเกินคาด

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,499.20 จุด เพิ่มขึ้น 17.05 จุด หรือ +0.03%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,908.86 จุด ลดลง 37.27 จุด หรือ -0.54% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,878.38 จุด ลดลง 273.69 จุด หรือ -1.18%

 

ดาวโจนส์ปิดบวก 17.05 จุด-Nasdaq-S&P500 ปิดลบ หลังหุ้นเทคฯร่วงฉุดตลาด

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นวัฏจักร (Cyclical Stocks) ซึ่งเป็นหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ส่วนดัชนี Nasdaq ร่วงลงกว่า 1% เนื่องจากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นบริษัทผลิตชิป ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ร่วงลง 3.2%

ดัชนี S&P500 นั้น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลงมากที่สุด โดยกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.8% และกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.75%

แม้บริษัท Nvidia เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4 พร้อมกับเปิดเผยตัวเลขรายได้รายปีที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ก็ไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดได้ 

โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์และผู้ผลิตชิป เผชิญกับความผันผวนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับต้นทุนมูลค่ามหาศาลของบริษัทในกลุ่มนี้ รวมทั้งกังวลว่า AI อาจจะเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจซอฟต์แวร์

นักวิเคราะห์จากบริษัท Janus Henderson ให้ความเห็นว่า นักลงทุนเบนความสนใจจากผลประกอบการในระยะใกล้ และหันไปจับตาค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (Capex) ใน AI ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับขนาดของเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้ รวมทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าว และความเป็นไปได้ที่กระแสเงินสดของบริษัทเหล่านี้จะถดถอยลง

ทั้งนี้ หุ้น Nvidia ร่วงลง 5.5% ขณะที่หุ้นบริษัทผลิตชิปรายอื่น ๆ ปรับตัวลงเช่นกัน ซึ่งรวมถึงหุ้น Broadcom, Lam Research, Western Digital และ Applied Materials

หุ้นบริษัทเทคโนโลยี Trade Desk ร่วงลง 4.8% หลังเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ที่น่าผิดหวัง ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งรายใหญ่ ขณะที่หุ้น C3.ai ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ AI สำหรับองค์กร ร่วงลง 18.5% หลังบริษัทเปิดเผยยอดขายที่อ่อนแอเกินคาด และประกาศว่าจะปลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 26%

หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 1.3% โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นธนาคารรายใหญ่อย่าง JPMorgan Chase, Bank of America และ Wells Fargo