

KEY
POINTS
กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าไทยต่อเนื่อง หลังผลเลือกตั้ง ส่งผล SET Index ทะลุ 1,400 จุด เงินบาทแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์
แรงซื้อกระจายสู่กลุ่มธนาคาร เทคโนโลยี พลังงาน และค้าปลีก ดันดัชนีแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท
ตลาดจับตาการประกาศ GDP ไตรมาส 4/2568 ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น PCE การจ้างงาน และรายงานเฟด
ศูนย์วิจัย กสิกรไทยระบุว่า ภาพรวมตลาดเงินและตลาดทุนไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (9-13 กุมภาพันธ์ 2569) ตกอยู่ในภาวะคึกคักอย่างเห็นได้ชัด โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ทั้งค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าและดัชนีหุ้นไทยสามารถดีดตัวกลับมาข้ามเส้น 1,400 จุดได้สำเร็จ
เงินบาทแข็งค่ารับทองคำโลกพุ่ง-ทุนนอกสะพัด ในส่วนของตลาดปริวรรตเงินตรา เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นโดยไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 30.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะมาปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ระดับ 31.13 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ฟื้นตัวกลับขึ้นมาเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยพบว่าในรอบสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยถึง 8,115 ล้านบาท
SET Index ทะยานปิดเหนือ 1,400 จุด ทุบสถิติรอบ 14 เดือน ด้านตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ โดยสามารถยืนเหนือแนว 1,400 จุดได้ตั้งแต่วันแรกหลังการเลือกตั้ง เนื่องจากตลาดตอบรับในเชิงบวกต่อผลการเลือกตั้งที่มีคะแนนเสียงสูง ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่
แรงซื้อกระจายตัวเข้าสู่ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร เทคโนโลยี พลังงาน และค้าปลีก ส่งผลให้ดัชนีไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 2 เดือนที่ระดับ 1,443.97 จุด ก่อนจะปิดตลาดที่ 1,430.41 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.64 จากสัปดาห์ก่อนหน้า ด้วยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันหนาแน่นถึง 75,781.64 ล้านบาท
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวมกว่า 31,513 ล้านบาท
ส่องกลยุทธ์สัปดาห์หน้า: จับตาจีดีพีไตรมาส 4 และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำหรับการเคลื่อนไหวในสัปดาห์ถัดไป (16-20 กุมภาพันธ์ 2569) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบค่าเงินบาทไว้ที่ 30.70-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองแนวรับของดัชนีหุ้นไทยที่ 1,400 และ 1,385 จุด โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทย รวมถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น ดัชนีราคา PCE/Core PCE, ข้อมูลการจ้างงาน และบันทึกการประชุมเฟด รวมถึงดัชนี PMI ของยูโรโซนและอังกฤษ เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป