thansettakij
ทองคำพักฐานยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ เทรดเดอร์ชี้ผันผวนสูง แนะเล่นสั้นทำกำไร

ทองคำพักฐานยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ เทรดเดอร์ชี้ผันผวนสูง แนะเล่นสั้นทำกำไร

12 ก.พ. 2569 | 09:53 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 2569 | 09:53 น.

ทองคำยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ เข้าสู่ช่วงพักฐานแบบไซด์เวย์ทั้งเดือน ท่ามกลางแรงหนุนการเมืองโลกและดอกเบี้ยขาลง แนะนักลงทุนปรับกลยุทธ์จากถือยาวสู่ทำกำไรระยะสั้น เหตุความผันผวนเพิ่มขึ้น

ราคาทองคำที่สามารถปรับตัวขึ้นมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในช่วงที่ผ่านมา เริ่มเข้าสู่จังหวะใหม่ของตลาดที่แตกต่างจากช่วงต้นปี โดยนักวิเคราะห์มองว่า แรงเร่งของราคามีแนวโน้มชะลอลง และเข้าสู่ช่วงพักฐานเพื่อสร้างสมดุลก่อนการปรับตัวในระยะถัดไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองโลกและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางสำคัญของตลาดทองคำ  

นายเศรษฐวัชร์ พุทธทิพย์ เทรดเดอร์จากบริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด ประเมินว่า ราคาทองคำในระยะสั้นมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ตลอดเดือนนี้ หลังจากปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า โดยในกรณีราคาทองคำไทยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 72,000–77,000 บาทต่อบาททองคำ

สะท้อนภาวะตลาดที่เริ่มเข้าสู่ช่วงพักตัว ขณะที่นักลงทุนเริ่มกังวลต่อความผันผวนที่เพิ่มขึ้นหลังราคาปรับขึ้นเร็ว 

อย่างไรก็ตาม ในภาพระยะยาวแนวโน้มทองคำยังคงเป็นขาขึ้น โดยแรงหนุนหลักยังมาจากความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

นายเศรษฐวัชร์ พุทธทิพย์ เทรดเดอร์จากบริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด

รวมถึงมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยที่มีโอกาสเข้าสู่ขาลงในระยะถัดไป ทั้งนี้ เป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ยังถูกมองไว้ในระดับ 5,000–6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ช่วงต้นปีอาจไม่เห็นการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงเหมือนที่ผ่านมา  

ในมุมกลยุทธ์การลงทุน เทรดเดอร์อินเตอร์โกลด์มองว่า ตลาดทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องปรับวิธีลงทุน จากเดิมที่สามารถซื้อและถือยาวได้ง่าย มาเป็นการซื้อและทยอยทำกำไร เนื่องจากความผันผวนของราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน 

ช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำสามารถแกว่งตัววันละ 1,000–2,000 บาท ทำให้เกิดโอกาสทำกำไรระยะสั้นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนที่เข้าซื้อในจังหวะราคาสูง 

ทั้งนี้ หากทองคำจะปรับขึ้นได้อย่างแข็งแรงในเฟสถัดไป จำเป็นต้องมีการสร้างฐานราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นช่วงสำคัญในการประเมินทิศทาง หากราคาปรับลงต่ำกว่า 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 72,000 บาท อาจสะท้อนการพักฐานที่ยาวขึ้น 2–4 เดือน

ซึ่งจะสอดคล้องกับช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายการเงินสหรัฐฯ และการรับตำแหน่งของประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ในไตรมาสที่สอง โดยไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองคือการเปลี่ยนตัว “ประธานเฟดคนใหม่” ซึ่งจะเป็นตัวแปรชี้ชะตาทิศทางทองคำในช่วงครึ่งปีหลังอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ ประธานเฟดคนใหม่มีภาพลักษณ์ที่เป็นคน “สุดโต่งในทุกด้าน” และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สายเหยี่ยว” อย่างชัดเจน ซึ่งบุคลิกดังกล่าวมีแนวโน้มจะสร้างความกังวลและกระตุ้นความผันผวนให้กับตลาดทองคำในช่วงแรก เนื่องจากการตัดสินใจที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสยบเงินเฟ้อ หรือการพร้อมลดดอกเบี้ยอย่างหนักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหากจำเป็น 

ดังนั้น ในระยะต่อไป ปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญยังคงอยู่ที่ทิศทางดอกเบี้ยและนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยอาจปรับลดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ ขณะเดียวกันแรงซื้อจากธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ทยอยสะสมทองคำต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับฐานราคาทองคำในระยะยาว  

สำหรับนักลงทุนรายย่อย แม้ทองคำยังถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นหรือคริปโตเคอร์เรนซี แต่ในภาวะที่ราคาปรับขึ้นเร็ว ความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อราคาปรับขึ้นแรงในระยะสั้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดเผชิญแรงเหวี่ยงมากกว่าที่ผ่านมา แม้ภาพใหญ่ของทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นก็ตาม

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,174 วันที่ 12 - 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569