thansettakij
เฟดคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% เงินเฟ้อยังสูง ตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว

เฟดคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% เงินเฟ้อยังสูง ตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว

28 ม.ค. 2569 | 22:54 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ม.ค. 2569 | 23:33 น.

เฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% หลังพบเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มดีขึ้นและตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว เเต่เงินเฟ้อยังสูง ขณะที่ยังคงระมัดระวังการปรับดอกเบี้ยในอนาคต โดยเน้นติดตามข้อมูลเศรษฐกิจต่อไป

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75%
  • เฟดมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นและตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพ แต่ยังคงกังวลกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
  • การตัดสินใจครั้งนี้เพื่อประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฟดพร้อมจะพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตหากตลาดแรงงานอ่อนแอลงหรือเงินเฟ้อชะลอตัวสู่เป้าหมาย

คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 (ตามเวลา EDT) โดยเห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ อัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม

การตัดสินใจคงดอกเบี้ยในครั้งนี้ได้รับการคาดการณ์จากตลาด ก่อนหน้านี้เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันในช่วงปลายปี 2025 เพื่อลดแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่ในครั้งนี้ การคงอัตราดอกเบี้ยแสดงให้เห็นถึงการประเมินผลกระทบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่

แถลงการณ์จาก FOMC ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวในอัตราที่มั่นคง การจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ และอัตราการว่างงานมีสัญญาณของการทรงตัว แต่การเพิ่มสูงของอัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นปัญหาที่ต้องติดตาม คณะกรรมการยังคงตั้งเป้าหมายในการลดอัตราเงินเฟ้อให้ได้ 2% ในระยะยาว

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า ศรษฐกิจสหรัฐยังคงแสดงความแข็งแกร่งเกินความคาดหมาย พร้อมย้ำว่าเฟดอยู่ในสถานะที่เหมาะสมในการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกหรือไม่ในอนาคต โดยปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบาย ได้แก่ การอ่อนแรงของตลาดแรงงาน หรืออัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลงกลับสู่เป้าหมาย 2%

พาวเวลล์กล่าวเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อนในเดือนธันวาคม ซึ่งเฟดได้ปรับลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อขาขึ้นและความเสี่ยงด้านการจ้างงานขาลงได้ลดลง แม้ยังคงมีอยู่บ้าง พร้อมย้ำว่านโยบายการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้ การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักลงทุนและการคาดการณ์จากดอตพลอตเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อไป

อย่างไรก็ตาม ความเห็นที่แตกต่างภายในเฟดยังคงดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2026 และอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะแรกของประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งในเร็ว ๆ นี้ เพื่อทำหน้าที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐต่อไป