

KEY
POINTS
คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 (ตามเวลา EDT) โดยเห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ อัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม
การตัดสินใจคงดอกเบี้ยในครั้งนี้ได้รับการคาดการณ์จากตลาด ก่อนหน้านี้เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันในช่วงปลายปี 2025 เพื่อลดแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่ในครั้งนี้ การคงอัตราดอกเบี้ยแสดงให้เห็นถึงการประเมินผลกระทบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่
แถลงการณ์จาก FOMC ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวในอัตราที่มั่นคง การจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ และอัตราการว่างงานมีสัญญาณของการทรงตัว แต่การเพิ่มสูงของอัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นปัญหาที่ต้องติดตาม คณะกรรมการยังคงตั้งเป้าหมายในการลดอัตราเงินเฟ้อให้ได้ 2% ในระยะยาว
นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า ศรษฐกิจสหรัฐยังคงแสดงความแข็งแกร่งเกินความคาดหมาย พร้อมย้ำว่าเฟดอยู่ในสถานะที่เหมาะสมในการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกหรือไม่ในอนาคต โดยปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบาย ได้แก่ การอ่อนแรงของตลาดแรงงาน หรืออัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลงกลับสู่เป้าหมาย 2%
พาวเวลล์กล่าวเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อนในเดือนธันวาคม ซึ่งเฟดได้ปรับลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อขาขึ้นและความเสี่ยงด้านการจ้างงานขาลงได้ลดลง แม้ยังคงมีอยู่บ้าง พร้อมย้ำว่านโยบายการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม
ทั้งนี้ การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักลงทุนและการคาดการณ์จากดอตพลอตเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ ขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความเห็นที่แตกต่างภายในเฟดยังคงดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2026 และอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะแรกของประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งในเร็ว ๆ นี้ เพื่อทำหน้าที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐต่อไป