
เปิดรายชื่อ 10 หุ้น IPO น้องใหม่ ต่อคิวเข้าตลาด SET-mai ครึ่งหลังปี 69
ตลาด IPO ไทยครึ่งแรกปี 2569 ซบหนัก มีหุ้นเข้าเทรดเพียง 1 บริษัท ขณะที่ยังมี 10 บริษัทต่อคิวเข้าระดมทุนใน SET และ mai จับตาปัจจัยชี้ขาดทั้งภาวะตลาด สภาพคล่อง และความเชื่อมั่นนักลงทุน
KEY
POINTS
- มีบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้น IPO ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวม 10 แห่ง แบ่งเป็นบริษัทที่เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 3 แห่ง และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 7 แห่ง
- บริษัทขนาดใหญ่ที่น่าจับตาคือ บมจ.ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น (TNCC) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มโคคา-โคลา ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เตรียมเข้าระดมทุนในตลาด SET และได้รับอนุมัติจาก ก.ล.ต. แล้ว
- หุ้น IPO น้องใหม่ทั้ง 10 บริษัทมาจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม, บรรจุภัณฑ์, สินค้าอุปโภคบริโภค, เทคโนโลยี, พลังงาน และเกษตร
ตลาด IPO ครึ่งแรกปี 2569 แม้จะซบเซาและมีบริษัทเข้าจดทะเบียนเพียง 1 แห่ง แต่ยังมีบริษัทอีก 10 แห่งอยู่ระหว่างรอเข้าตลาด ทั้งกลุ่มเทคโนโลยี พลังงาน อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรม สะท้อนความต้องการใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุน ขณะที่การกำหนดวันขายหุ้นยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาด ความเชื่อมั่นนักลงทุน การกำหนดราคา IPO และผลประกอบการของแต่ละบริษัท โดยครึ่งปีหลัง 2569 ถูกจับตาว่าอาจเป็นจังหวะที่หุ้นน้องใหม่ทยอยเข้าตลาด หากบรรยากาศการลงทุนกลับมาฟื้นตัว
หุ้น IPO ครึ่งปีแรกซบเซา ระดมทุนเข้าตลาดแค่ 1 ราย
บรรยากาศการระดมทุนในตลาดทุนไทยช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยตลอด 6 เดือนแรกของปี (มกราคม-มิถุนายน) มีบริษัทเข้าจดทะเบียนและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพียง 1 แห่ง ได้แก่ บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX ซึ่งเสนอขายหุ้น IPO ที่ราคา 1.89 บาท และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างจากช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่มีบริษัทเข้าระดมทุนรวม 5 แห่ง ได้แก่ PIS, MOTHER, LTMH, BKA และ NUT ซึ่งทั้งหมดเข้าจดทะเบียนในตลาด mai
การชะลอตัวของ IPO ในปีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่ยังขาดแรงขับเคลื่อน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้หลายบริษัทที่เคยมีแผนเข้าระดมทุนเลือกชะลอการเสนอขายหุ้นออกไป เพื่อรอจังหวะตลาดที่เหมาะสมมากขึ้น
10 หุ้น IPO รอจังหวะเปิดขายครึ่งปีหลัง
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า บริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทราพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีรวมกันทั้งสิ้น 10 บริษัท
โดยแบ่งเป็นบริษัทที่เตรียมเข้าระดมทุนในตลาด SET จำนวน 3 บริษัท ซึ่งมีสถานะ Approved (บริษัทได้รับอนุญาตแบบคำขอให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่แล้ว) จำนวน 1 บริษัท และ Submitted (บริษัทยื่นแบบ filing ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว) จำนวน 2 บริษัท ในขณะที่ตลาด mai มีจำนวน 7 บริษัท มีสถานะ Approved จำนวน 4 บริษัท และ Submitted จำนวน 3 บริษัท เป็นต้น
เปิดโฉมหุ้นน้องใหม่ 3 หุ้น IPO รอเทรด SET
1.บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TNCC
- ประเภทธุรกิจ : ธุรกิจจัดเตรียม บรรจุ จัดจำหน่าย และจำหน่ายเครื่องดื่มตามสัญญากับ The Coca-Cola Company และ Schweppes Holdings Limited ในพื้นที่ 63 จังหวัดจาก 77 จังหวัดในประเทศไทย และในประเทศลาวผ่านการถือหุ้นทางตรงและทางอ้อมใน Lao Coca-Cola Bottling Co., Ltd. รวมทั้งการลงทุนในบริษัทซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มและประกอบธุรกิจตามสัญญากับ The Coca-Cola Company และ Schweppes Holdings Limited ในประเทศกัมพูชา
- สถานะ : Approved
- ราคา PAR : 2.00 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : 612,451,687 หุ้น (คิดเป็น 10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO)
- กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ : เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด
2.บริษัท ซุน คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ SUEN
- ประเภทธุรกิจ : กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าทั่วไปที่ใช้ในบ้าน ภายใต้ชื่อทางการค้า “We MAKE” และ "Riki Riki" ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ และคอนกรีตสำเร็จรูป ภายใต้ชื่อทางการค้า “SC” และธุรกิจเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
- สถานะ : Submitted
- ราคา PAR : 0.50 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 196,240,000 หุ้น (คิดเป็น 25.82% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO)
- กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ : บริการ / พาณิชย์
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด
3.บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK
- ประเภทธุรกิจ : ประกอบธุรกิจเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ประเภทแผ่นกระดาษและกล่องกระดาษลูกฟูก
- สถานะ : Submitted
- ราคา PAR : 1.00 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 143,683,370 หุ้น (คิดเป็น 26.03% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลังIPO)
- กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ : สินค้าอุตสาหกรรม / บรรจุภัณฑ์
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
7 หุ้น IPO น้องใหม่รอเทรด mai
1.บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP
- ประเภทธุรกิจ : ธุรกิจของบริษัท แบ่งเป็น 3 ประเภทธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ (“Organic Waste Management” หรือ “OWM”) 2. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ (Biogas) 3. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ
- สถานะ : Approved
- ราคา PAR : 1.00 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 90,000,000 หุ้น (คิดเป็น 30.00% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO)
- กลุ่มอุตสาหกรรม : ทรัพยากร
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
2.บริษัท เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PETPAL
- ประเภทธุรกิจ : รับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ด (Dry Pet Food) ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า (Original Design Manufacturer: ODM) ที่ให้บริการในรูปแบบครบวงจร (One-stop Service) และภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง (House Brand)
- สถานะ : Approved
- ราคา PAR : 0.50 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 52,769,000 หุ้น (คิดเป็น 35% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO)
- กลุ่มอุตสาหกรรม : เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
3.บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT
- ประเภทธุรกิจ : ธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลักจากการสกัดน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้
- สถานะ ; Approved
- ราคา PAR : 1.00 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : 98,857,264 หุ้น
- กลุ่มอุตสาหกรรม : เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด
4.บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK
- ประเภทธุรกิจ : ประกอบธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-To-End Digital Transformation Provider) ตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้ง พัฒนา และบำรุงรักษาระบบ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักในระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP)
- สถานะ : Approved
- ราคา PAR : 0.50 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 32,000,000 หุ้น
- กลุ่มอุตสาหกรรม : เทคโนโลยี
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด
5.บริษัท แกรนด์ คอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MER
- ประเภทธุรกิจ : ดำเนินธุรกิจร่วมพัฒนา ว่าจ้างผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ MERREZ'CA, Get&Glow และ senlab ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัท
- สถานะ : Submitted
- ราคา PAR : 0.50 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : 66,000,000 หุ้น
- กลุ่มอุตสาหกรรม : สินค้าอุปโภคบริโภค
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด
6.บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE
- ประเภทธุรกิจ : จัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประกอบธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจรับเหมางานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลสำหรับงานชลประทาน งานระบบส่งน้ำ และงานระบบพลังงานแสงอาทิตย์
- สถานะ : Submitted
- ราคา PAR : 0.50 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : 100,000,000 หุ้น
- กลุ่มอุตสาหกรรม : สินค้าอุตสาหกรรม
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด
7.บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด (มหาชน) หรือ ARK
- ประเภทธุรกิจ : นำเข้าเพื่อจำหน่าย ประกอบ และติดตั้งผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ชุดครัว ตู้เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดเครื่องนอนและผ้าขนหนู และเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ และจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง อีกทั้ง ให้เช่าพื้นที่เพื่อดำเนินธุรกิจและพักอาศัยอีกด้วย
- สถานะ : Submitted
- ราคา PAR : 0.50 บาท
- จำนวนหุ้นที่ IPO : 110,000,000 หุ้น
- กลุ่มอุตสาหกรรม : สินค้าอุปโภคบริโภค
- ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด
ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่มดังกล่าวกระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหาร พลังงาน เทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรม สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงมีความต้องการใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุน แม้จังหวะการเข้าตลาดจะยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกหลายด้าน
5 ปัจจัยชี้ชะตา IPO ภาวะตลาดยังเป็นตัวแปรสำคัญ
แม้บริษัทจะผ่านการพิจารณาจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือได้รับสถานะ Approved แล้ว แต่การกำหนดวันเสนอขายหุ้นจริงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะภาวะตลาดทุนในช่วงเวลานั้น
1. ภาวะตลาดหุ้นและทิศทางการลงทุน (Market Conditions และ Market Sentiment)
ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เนื่องจากช่วงที่ตลาดหุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น นักลงทุนมีความเชื่อมั่นและพร้อมลงทุนมากกว่า ทำให้บริษัทสามารถกำหนดราคา IPO ได้เหมาะสมและมีโอกาสได้รับการตอบรับที่ดี
ในทางกลับกัน หากตลาดมีความผันผวนหรือปรับตัวลงต่อเนื่อง บริษัทจำนวนไม่น้อยจะเลือกเลื่อนการเสนอขายออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ราคาหุ้นหลังเข้าซื้อขายจะต่ำกว่าราคาจอง
2. สภาพคล่องในระบบการเงิน
ระดับอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนทางการเงิน และปริมาณสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุน
ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง นักลงทุนบางส่วนอาจเลือกลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากมากกว่าหุ้น ส่งผลให้เม็ดเงินสำหรับการลงทุนใน IPO ลดลง
3. ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม
ธุรกิจที่อยู่ในเมกะเทรนด์หรือสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เช่น เทคโนโลยี ดิจิทัล พลังงานสะอาด สุขภาพ หรืออาหารสัตว์เลี้ยง มักได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากกว่าธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเติบโตต่ำ
4. การกำหนดราคา IPO
ราคาที่เสนอขายต้องสะท้อนมูลค่าพื้นฐานของกิจการอย่างเหมาะสม หากกำหนดราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต อาจกระทบต่อความต้องการจองซื้อ
ในทางกลับกัน หากราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็มีโอกาสได้รับการตอบรับจากนักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันมากขึ้น
5. ผลประกอบการและแผนการเติบโต
นักลงทุนให้ความสำคัญกับแนวโน้มรายได้ กำไร ความสามารถในการแข่งขัน และวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จาก IPO ว่าจะสามารถสร้างการเติบโตในอนาคตได้หรือไม่
ก่อนจองหุ้น IPO นักลงทุนต้องเช็กอะไรบ้าง
แม้หุ้น IPO หลายบริษัทจะได้รับความสนใจในวันแรกที่เข้าซื้อขาย แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกตัวจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้เสมอไป
ก่อนตัดสินใจลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแบบ Filing หรือหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียด โดยเฉพาะ
ลักษณะและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ
- ผลประกอบการย้อนหลัง
- แผนการใช้เงินจากการระดมทุน
- ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
- โครงสร้างผู้ถือหุ้นและผู้บริหาร
- ราคา IPO เมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐานและบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน
นอกจากนี้ ควรติดตามสถานะของบริษัทที่อยู่ระหว่างกระบวนการเสนอขายหุ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทที่ได้รับอนุญาตแล้วอาจยังไม่กำหนดวันเสนอขาย หากภาวะตลาดยังไม่เอื้ออำนวย
ประเด็นที่ต้องจับตาในช่วงครึ่งหลังปี 69
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม คือ จังหวะการกลับมาของตลาด IPO ว่าจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด หลังจากครึ่งปีแรกมีบริษัทเข้าจดทะเบียนเพียง 1 แห่ง ขณะที่ยังมีบริษัทอีก 10 แห่งอยู่ระหว่างรอเข้าตลาด
หากภาวะตลาดหุ้นฟื้นตัว ความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับดีขึ้น และสภาพคล่องในระบบการเงินเอื้ออำนวย บริษัทที่ได้รับสถานะ Approved และ Submitted อาจทยอยกำหนดวันเสนอขายหุ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุน การตัดสินใจลงทุนในหุ้น IPO ควรอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของกิจการควบคู่กับการประเมินภาวะตลาดในช่วงเวลานั้น ไม่ควรพิจารณาจากกระแสความนิยมเพียงอย่างเดียว เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนขึ้นอยู่กับทั้งคุณภาพของบริษัท ราคาเสนอขาย และสภาวะตลาดหลังเข้าซื้อขาย







