thansettakij
thansettakij
เปิดรายชื่อ 10 หุ้น IPO น้องใหม่ ต่อคิวเข้าตลาด SET-mai ครึ่งหลังปี 69

เปิดรายชื่อ 10 หุ้น IPO น้องใหม่ ต่อคิวเข้าตลาด SET-mai ครึ่งหลังปี 69

14 ก.ค. 69 | 07:31 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ค. 69 | 07:31 น.

ตลาด IPO ไทยครึ่งแรกปี 2569 ซบหนัก มีหุ้นเข้าเทรดเพียง 1 บริษัท ขณะที่ยังมี 10 บริษัทต่อคิวเข้าระดมทุนใน SET และ mai จับตาปัจจัยชี้ขาดทั้งภาวะตลาด สภาพคล่อง และความเชื่อมั่นนักลงทุน

KEY

POINTS

  • มีบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้น IPO ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวม 10 แห่ง แบ่งเป็นบริษัทที่เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 3 แห่ง และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 7 แห่ง
  • บริษัทขนาดใหญ่ที่น่าจับตาคือ บมจ.ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น (TNCC) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มโคคา-โคลา ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เตรียมเข้าระดมทุนในตลาด SET และได้รับอนุมัติจาก ก.ล.ต. แล้ว
  • หุ้น IPO น้องใหม่ทั้ง 10 บริษัทมาจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม, บรรจุภัณฑ์, สินค้าอุปโภคบริโภค, เทคโนโลยี, พลังงาน และเกษตร

ตลาด IPO ครึ่งแรกปี 2569 แม้จะซบเซาและมีบริษัทเข้าจดทะเบียนเพียง 1 แห่ง แต่ยังมีบริษัทอีก 10 แห่งอยู่ระหว่างรอเข้าตลาด ทั้งกลุ่มเทคโนโลยี พลังงาน อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรม สะท้อนความต้องการใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุน ขณะที่การกำหนดวันขายหุ้นยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาด ความเชื่อมั่นนักลงทุน การกำหนดราคา IPO และผลประกอบการของแต่ละบริษัท โดยครึ่งปีหลัง 2569 ถูกจับตาว่าอาจเป็นจังหวะที่หุ้นน้องใหม่ทยอยเข้าตลาด หากบรรยากาศการลงทุนกลับมาฟื้นตัว

หุ้น IPO ครึ่งปีแรกซบเซา ระดมทุนเข้าตลาดแค่ 1  ราย

บรรยากาศการระดมทุนในตลาดทุนไทยช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยตลอด 6 เดือนแรกของปี (มกราคม-มิถุนายน) มีบริษัทเข้าจดทะเบียนและเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพียง 1 แห่ง ได้แก่ บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX ซึ่งเสนอขายหุ้น IPO ที่ราคา 1.89 บาท และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างจากช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่มีบริษัทเข้าระดมทุนรวม 5 แห่ง ได้แก่ PIS, MOTHER, LTMH, BKA และ NUT ซึ่งทั้งหมดเข้าจดทะเบียนในตลาด mai

การชะลอตัวของ IPO ในปีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่ยังขาดแรงขับเคลื่อน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้หลายบริษัทที่เคยมีแผนเข้าระดมทุนเลือกชะลอการเสนอขายหุ้นออกไป เพื่อรอจังหวะตลาดที่เหมาะสมมากขึ้น

10 หุ้น IPO รอจังหวะเปิดขายครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า บริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทราพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีรวมกันทั้งสิ้น 10 บริษัท

โดยแบ่งเป็นบริษัทที่เตรียมเข้าระดมทุนในตลาด SET จำนวน 3 บริษัท ซึ่งมีสถานะ Approved (บริษัทได้รับอนุญาตแบบคำขอให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่แล้ว) จำนวน 1 บริษัท และ Submitted (บริษัทยื่นแบบ filing ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว) จำนวน 2 บริษัท ในขณะที่ตลาด mai มีจำนวน 7 บริษัท มีสถานะ Approved จำนวน 4 บริษัท และ Submitted จำนวน 3 บริษัท เป็นต้น

เปิดโฉมหุ้นน้องใหม่ 3 หุ้น IPO รอเทรด SET

1.บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TNCC

  • ประเภทธุรกิจ : ธุรกิจจัดเตรียม บรรจุ จัดจำหน่าย และจำหน่ายเครื่องดื่มตามสัญญากับ The Coca-Cola Company และ Schweppes Holdings Limited ในพื้นที่ 63 จังหวัดจาก 77 จังหวัดในประเทศไทย และในประเทศลาวผ่านการถือหุ้นทางตรงและทางอ้อมใน Lao Coca-Cola Bottling Co., Ltd. รวมทั้งการลงทุนในบริษัทซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มและประกอบธุรกิจตามสัญญากับ The Coca-Cola Company และ Schweppes Holdings Limited ในประเทศกัมพูชา
  • สถานะ : Approved
  • ราคา PAR : 2.00 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : 612,451,687 หุ้น (คิดเป็น 10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO)
  • กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ : เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด

 

2.บริษัท ซุน คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ SUEN

  • ประเภทธุรกิจ : กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าทั่วไปที่ใช้ในบ้าน ภายใต้ชื่อทางการค้า “We MAKE” และ "Riki Riki" ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ และคอนกรีตสำเร็จรูป ภายใต้ชื่อทางการค้า “SC” และธุรกิจเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
  • สถานะ : Submitted
  • ราคา PAR : 0.50 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 196,240,000 หุ้น (คิดเป็น 25.82% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO)
  • กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ : บริการ / พาณิชย์
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด

3.บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK

  • ประเภทธุรกิจ : ประกอบธุรกิจเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ประเภทแผ่นกระดาษและกล่องกระดาษลูกฟูก
  • สถานะ : Submitted
  • ราคา PAR : 1.00 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 143,683,370 หุ้น (คิดเป็น 26.03% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลังIPO)
  • กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ : สินค้าอุตสาหกรรม / บรรจุภัณฑ์
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

7 หุ้น IPO น้องใหม่รอเทรด mai

1.บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP

  • ประเภทธุรกิจ : ธุรกิจของบริษัท แบ่งเป็น 3 ประเภทธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ (“Organic Waste Management” หรือ “OWM”) 2. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ (Biogas) 3. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ
  • สถานะ : Approved
  • ราคา PAR : 1.00 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 90,000,000 หุ้น (คิดเป็น 30.00% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO)
  • กลุ่มอุตสาหกรรม : ทรัพยากร
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

2.บริษัท เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PETPAL

  • ประเภทธุรกิจ : รับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ด (Dry Pet Food) ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า (Original Design Manufacturer: ODM) ที่ให้บริการในรูปแบบครบวงจร (One-stop Service) และภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง (House Brand)
  • สถานะ : Approved
  • ราคา PAR : 0.50 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 52,769,000 หุ้น (คิดเป็น 35% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO)
  • กลุ่มอุตสาหกรรม : เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

3.บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT

  • ประเภทธุรกิจ : ธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลักจากการสกัดน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้
  • สถานะ ; Approved
  • ราคา PAR : 1.00 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : 98,857,264 หุ้น
  • กลุ่มอุตสาหกรรม : เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด

4.บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK

  • ประเภทธุรกิจ : ประกอบธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-To-End Digital Transformation Provider) ตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้ง พัฒนา และบำรุงรักษาระบบ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักในระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP)
  • สถานะ : Approved
  • ราคา PAR : 0.50 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : ไม่เกิน 32,000,000 หุ้น
  • กลุ่มอุตสาหกรรม : เทคโนโลยี
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด

5.บริษัท แกรนด์ คอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MER

  • ประเภทธุรกิจ : ดำเนินธุรกิจร่วมพัฒนา ว่าจ้างผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ MERREZ'CA, Get&Glow และ senlab ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัท
  • สถานะ : Submitted
  • ราคา PAR : 0.50 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : 66,000,000 หุ้น
  • กลุ่มอุตสาหกรรม : สินค้าอุปโภคบริโภค
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด

6.บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE

  • ประเภทธุรกิจ : จัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประกอบธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจรับเหมางานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลสำหรับงานชลประทาน งานระบบส่งน้ำ และงานระบบพลังงานแสงอาทิตย์
  • สถานะ : Submitted
  • ราคา PAR : 0.50 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : 100,000,000 หุ้น
  • กลุ่มอุตสาหกรรม : สินค้าอุตสาหกรรม
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด

7.บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด (มหาชน) หรือ ARK

  • ประเภทธุรกิจ : นำเข้าเพื่อจำหน่าย ประกอบ และติดตั้งผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ชุดครัว ตู้เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดเครื่องนอนและผ้าขนหนู และเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ และจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง อีกทั้ง ให้เช่าพื้นที่เพื่อดำเนินธุรกิจและพักอาศัยอีกด้วย
  • สถานะ : Submitted
  • ราคา PAR : 0.50 บาท
  • จำนวนหุ้นที่ IPO : 110,000,000 หุ้น
  • กลุ่มอุตสาหกรรม : สินค้าอุปโภคบริโภค
  • ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด

ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่มดังกล่าวกระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหาร พลังงาน เทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรม สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงมีความต้องการใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุน แม้จังหวะการเข้าตลาดจะยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกหลายด้าน

5 ปัจจัยชี้ชะตา IPO ภาวะตลาดยังเป็นตัวแปรสำคัญ

แม้บริษัทจะผ่านการพิจารณาจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือได้รับสถานะ Approved แล้ว แต่การกำหนดวันเสนอขายหุ้นจริงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะภาวะตลาดทุนในช่วงเวลานั้น

1. ภาวะตลาดหุ้นและทิศทางการลงทุน (Market Conditions และ Market Sentiment)

ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เนื่องจากช่วงที่ตลาดหุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น นักลงทุนมีความเชื่อมั่นและพร้อมลงทุนมากกว่า ทำให้บริษัทสามารถกำหนดราคา IPO ได้เหมาะสมและมีโอกาสได้รับการตอบรับที่ดี

ในทางกลับกัน หากตลาดมีความผันผวนหรือปรับตัวลงต่อเนื่อง บริษัทจำนวนไม่น้อยจะเลือกเลื่อนการเสนอขายออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ราคาหุ้นหลังเข้าซื้อขายจะต่ำกว่าราคาจอง

2. สภาพคล่องในระบบการเงิน

ระดับอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนทางการเงิน และปริมาณสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุน

ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง นักลงทุนบางส่วนอาจเลือกลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากมากกว่าหุ้น ส่งผลให้เม็ดเงินสำหรับการลงทุนใน IPO ลดลง

3. ความน่าสนใจของอุตสาหกรรม

ธุรกิจที่อยู่ในเมกะเทรนด์หรือสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เช่น เทคโนโลยี ดิจิทัล พลังงานสะอาด สุขภาพ หรืออาหารสัตว์เลี้ยง มักได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากกว่าธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเติบโตต่ำ

4. การกำหนดราคา IPO

ราคาที่เสนอขายต้องสะท้อนมูลค่าพื้นฐานของกิจการอย่างเหมาะสม หากกำหนดราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต อาจกระทบต่อความต้องการจองซื้อ

ในทางกลับกัน หากราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็มีโอกาสได้รับการตอบรับจากนักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันมากขึ้น

5. ผลประกอบการและแผนการเติบโต

นักลงทุนให้ความสำคัญกับแนวโน้มรายได้ กำไร ความสามารถในการแข่งขัน และวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จาก IPO ว่าจะสามารถสร้างการเติบโตในอนาคตได้หรือไม่

ก่อนจองหุ้น IPO นักลงทุนต้องเช็กอะไรบ้าง

แม้หุ้น IPO หลายบริษัทจะได้รับความสนใจในวันแรกที่เข้าซื้อขาย แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกตัวจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้เสมอไป

ก่อนตัดสินใจลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแบบ Filing หรือหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียด โดยเฉพาะ

ลักษณะและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

  • ผลประกอบการย้อนหลัง
  • แผนการใช้เงินจากการระดมทุน
  • ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
  • โครงสร้างผู้ถือหุ้นและผู้บริหาร
  • ราคา IPO เมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐานและบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน

นอกจากนี้ ควรติดตามสถานะของบริษัทที่อยู่ระหว่างกระบวนการเสนอขายหุ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทที่ได้รับอนุญาตแล้วอาจยังไม่กำหนดวันเสนอขาย หากภาวะตลาดยังไม่เอื้ออำนวย

ประเด็นที่ต้องจับตาในช่วงครึ่งหลังปี 69

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม คือ จังหวะการกลับมาของตลาด IPO ว่าจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด หลังจากครึ่งปีแรกมีบริษัทเข้าจดทะเบียนเพียง 1 แห่ง ขณะที่ยังมีบริษัทอีก 10 แห่งอยู่ระหว่างรอเข้าตลาด

หากภาวะตลาดหุ้นฟื้นตัว ความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับดีขึ้น และสภาพคล่องในระบบการเงินเอื้ออำนวย บริษัทที่ได้รับสถานะ Approved และ Submitted อาจทยอยกำหนดวันเสนอขายหุ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุน การตัดสินใจลงทุนในหุ้น IPO ควรอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของกิจการควบคู่กับการประเมินภาวะตลาดในช่วงเวลานั้น ไม่ควรพิจารณาจากกระแสความนิยมเพียงอย่างเดียว เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนขึ้นอยู่กับทั้งคุณภาพของบริษัท ราคาเสนอขาย และสภาวะตลาดหลังเข้าซื้อขาย