KEY
POINTS
21 ม.ค. 2569 CNBC รายงานว่า กระแส “Sell America” ปะทุขึ้นทั่วตลาดการเงินโลก หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยกระดับความตึงเครียดกับยุโรป จากการขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าหลายประเทศ หากไม่ยอมเปิดทางให้สหรัฐเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์ ส่งผลให้นักลงทุนเร่งลดการถือครองสินทรัพย์สหรัฐ ทั้งค่าเงิน พันธบัตร และหุ้น พร้อมโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย
ตลาดพันธบัตรสหรัฐถูกเทขายอย่างหนัก ทำให้ราคาพันธบัตรปรับลดลงและอัตราผลตอบแทน (Bond Yield) พุ่งสูง
ขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเกือบ 1% ถือเป็นการอ่อนค่ารายวันที่แรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงที่ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีรอบใหญ่ก่อนหน้านี้ ด้านเงินยูโรแข็งค่าขึ้นราว 0.6%
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำและโลหะมีค่าปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยทองคำมีแนวโน้มทำสถิติปรับขึ้นรายวันแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 จากแรงซื้อเพื่อหลบความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดการเงิน
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรง ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดมากกว่า 800 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ร่วงมากกว่า 2% ส่วนดัชนีความผันผวน VIX พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการค้าโลก
สัญญาณการ “ขายสินทรัพย์สหรัฐ” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดเท่านั้น แต่เริ่มสะท้อนเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เมื่อ AkademikerPension กองทุนบำเหน็จบำนาญของเดนมาร์ก ประกาศแผนขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (U.S. Treasurys) มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเตรียมถอนการลงทุนออกทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้
แอนเดอร์ส เชลด์ ผู้บริหารฝ่ายการลงทุนของกองทุน ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมาจากความกังวลต่อ “ฐานะการคลังที่อ่อนแอของรัฐบาลสหรัฐ” จากปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลงบประมาณสะสม แม้จะยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐกับยุโรป แต่ยอมรับว่า สถานการณ์ตึงเครียดจากประเด็นกรีนแลนด์มีส่วนทำให้การตัดสินใจเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
ข้อมูลระบุว่า สหรัฐมีงบประมาณขาดดุลกว่า 1.78 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ปรับลดเครดิตประเทศลงมาอยู่ที่ระดับ Aa1 จากเดิม Aaa สะท้อนความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว
คริชนา กูฮา หัวหน้าฝ่ายนโยบายระดับโลกและกลยุทธ์ธนาคารกลางของ Evercore ISI เขียนไว้ในบันทึกถึงลูกค้า ระบุว่า ภาวะดอลลาร์อ่อนค่าและเงินยูโรแข็งค่าบ่งชี้ว่า นักลงทุนทั่วโลกกำลังลดหรือป้องกันความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์สหรัฐมากขึ้น และหากความขัดแย้งทางการค้ายืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์สหรัฐในระยะยาว
ด้านเรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates เตือนว่า โลกอาจกำลังก้าวเข้าสู่ “สงครามทุน” ซึ่งประเทศและกองทุนขนาดใหญ่อาจลดการถือครองสินทรัพย์สหรัฐ หากมองว่าสหรัฐไม่ใช่คู่ค้าที่มีเสถียรภาพและคาดการณ์ได้เหมือนในอดีต
นักวิเคราะห์มองว่า หากทรัมป์ไม่ผ่อนคลายท่าทีด้านภาษีหรือไม่สามารถหาทางประนีประนอมกับยุโรปได้ ความผันผวนในตลาดการเงินโลกอาจยืดเยื้อ และอาจกระทบต่อบทบาทของสหรัฐในฐานะศูนย์กลางเงินทุนของโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: CNBC