แบงก์ชาติประกาศลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูฯเหลือ 0.32% ประคองเศรษฐกิจช่วงเสี่ยงสูง

13 ม.ค. 2569 | 04:47 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ม.ค. 2569 | 04:52 น.

ธปท.ออกประกาศลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูฯเหลือ 0.32% ถึงสิ้นปี 69 หวังลดต้นทุนระบบการเงิน และประคองเศษฐกิจไทยช่วงความเสี่ยงสูง

KEY

POINTS

  • ธปท. ประกาศลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) จาก 0.46% เหลือ 0.32% ต่อปี โดยมีผลถึงสิ้นปี 2569
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระต้นทุนของสถาบันการเงิน และช่วยประคองเศรษฐกิจที่เผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย
  • เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ระบบสถาบันการเงินสามารถนำทรัพยากรไปสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และผู้ประกอบการได้มากขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 51/2568 ปรับลดอัตราเงินนำส่งของสถาบันการเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จากเดิม 0.46% ต่อปี เหลือ 0.32% ต่อปี โดยมีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นปี 2569

สำหรับการปรับลดอัตราเงินนำส่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และช่วยลดภาระต้นทุนของสถาบันการเงินในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย

แบงก์ชาติประกาศลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูฯเหลือ 0.32% ปรครองเศษฐกิจ

ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวของอุปสงค์ภายนอกประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อรูปแบบการแข่งขันของภาคการเงิน

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านรายได้ ต้นทุน และสภาพคล่อง ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านเครดิตยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 

ประกอบกับสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ และประชาชนบางส่วน ธปท.เห็นว่า การปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้ระบบสถาบันการเงิน 

นอกจากนี้เปิดโอกาสให้สถาบันการเงินสามารถนำทรัพยากรไปสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ดูแลผู้ประกอบการ และประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินในระยะยาว