ตลาดเงินยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงิน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย
ศูนย์วิจัย กสิกรไทย จำกัดรายงานสถานการณ์ค่าเงินบาทว่า เงินบาทปิดตลาดในวันนี้ที่ 31.22 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขยับขึ้นจากระดับปิดเมื่อวันก่อนที่ 31.33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนถึงการแข็งค่าของเงินบาทที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงนี้
ซึ่งมีแนวโน้มสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงที่มีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากนักลงทุนทั่วโลก
สำหรับฟันด์โฟลว์ในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยในวันนี้ พบว่ามีการขายสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นจำนวน 2,217 ล้านบาท และพันธบัตรไทยจำนวน 1,043 ล้านบาท
โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของฟันด์โฟลว์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตลาดโลก รวมถึงการติดตามนโยบายของธนาคารกลางต่างประเทศที่อาจมีผลต่อสภาพคล่องในตลาดการเงิน
ในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานค่าเฉลี่ย Indicative Forward Points สำหรับธุรกรรมระยะ 3 เดือนในวันนี้ โดยผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) จะได้รับค่าดอกเบี้ยที่ -20.91 ขณะที่ผู้ผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) จะได้รับอัตราที่ -18.04
กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 31.10-31.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคมของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีผลต่อการปรับนโยบายการเงินในอนาคต
รวมถึงการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลกที่ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม เช่น ดัชนี ISM ภาคบริการเดือนธันวาคม ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเดือนพฤศจิกายน และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนตุลาคม