thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 16ก.ค. "แข็งค่า"ที่ระดับ  36.16 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 16ก.ค. "แข็งค่า"ที่ระดับ 36.16 บาทต่อดอลลาร์

16 ก.ค. 67 | 01:01 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ค. 67 | 02:55 น.

ค่าเงินบาทอาจมีจังหวะผันผวนอ่อนค่าลงได้บ้าง หากบรรดานักลงทุนต่างชาติทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่ม มองกรอบวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.00-36.30 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 16ก.ค. 2567 ที่ระดับ  36.16 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ  36.21 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน  พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายังคงประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัว sideways ในกรอบ 36.05-36.30 บาทต่อดอลลาร์

หรือแกว่งตัวใกล้แนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันไปก่อน (แถวโซน 36.10 บาทต่อดอลลาร์) จนกว่าจะมีการรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจมีจังหวะผันผวนอ่อนค่าลงได้บ้าง หากบรรดานักลงทุนต่างชาติทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม

ดังจะเห็นได้จากการที่นักลงทุนต่างชาติได้เริ่มทยอยขายทั้งหุ้นและบอนด์ไทยในช่วงวันก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี เราประเมินว่า เงินบาทก็อาจยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง ตราบใดที่ราคาทองคำไม่ได้เข้าสู่ช่วงการปรับฐานที่ชัดเจน โดยทุกๆ จังหวะการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ อาจเห็นแรงขายทำกำไรทองคำ ซึ่งช่วยหนุนค่าเงินบาทได้บ้าง 

อย่างไรก็ดี ควรระวังความผันผวนของตลาดการเงินในช่วงทยอยรับรู้รายงานยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยหากยอดค้าปลีกออกมาดีกว่าคาดชัดเจน ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ย 3 ครั้งของเฟดในปีนี้ลงบ้าง ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้นได้ ในทางกลับกัน หากออกมาแย่กว่าคาด สะท้อนการชะลอลงของการบริโภคในสหรัฐฯ ที่ชัดเจน ก็อาจกดดันให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงได้บ้าง 

เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนไปตาม การเปลี่ยนแปลงไปมาของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินบาท อย่าง มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.00-36.30 บาท/ดอลลาร์ โดยต้องระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ 

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง (แกว่งตัวในช่วง 36.08-36.23 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 36.05-36.10 บาทต่อดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าลงบ้างของเงินดอลลาร์ และจังหวะการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ได้ปรับตัวขึ้นสู่โซน 2,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังรายงานดัชนีภาคการผลิต โดยเฟดนิวยอร์ก (NY Empire State Manufacturing Index) ออกมาแย่กว่าคาด

อีกทั้งถ้อยแถลงของประธานเฟดล่าสุดที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อแนวโน้มการชะลอลงของอัตราเงินเฟ้อ ก็ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า เฟดมีโอกาสถึง 60% ในการลดดอกเบี้ยราว 3 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ก็ไม่ได้อ่อนค่าลงต่อเนื่องชัดเจน เนื่องจากผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงรอจังหวะในการเพิ่มสถานะ “Trump Trades” (รอจังหวะเงินดอลลาร์ย่อตัว เพื่อ buy on dip) หลังเหตุลอบสังหารโดนัลด์ ทรัมป์

ทำให้ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเพิ่มโอกาสที่โดนัลด์ ทรัปม์จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยได้ 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากความหวังว่า เฟดอาจทยอยลดดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้หุ้นเทคฯ ใหญ่ บางส่วนยังคงปรับตัวขึ้นได้ อาทิ Apple +1.7% นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการของ Goldman Sachs +2.6% ที่ออกมาดีกว่าคาด ก็มีส่วนช่วยหนุนให้บรรดาหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.28%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 พลิกกลับมาปรับตัวลงกว่า -1.02% ท่ามกลางรายงานผลประกอบการและคาดการณ์ผลประกอบการของบรรดาหุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมที่ออกมาน่าผิดหวัง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมต่างปรับตัวลงหนัก อาทิ LVMH -2.7%

นอกจากนี้ เหตุลอบสังหาร โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อาจคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งอาจกระทบต่อการพัฒนาโครงการพลังงานทางเลือกได้ ส่งผลให้บรรดาหุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือกต่างปรับตัวลดลงหนัก นำโดย Vestas -6.4%, Orsted -5.5%
 
ในส่วนตลาดบอนด์ แม้ว่าผู้เล่นในตลาดจะมั่นใจมากขึ้นว่า เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้งในปีนี้ (โอกาส 60% จาก CME FedWatch Tool ล่าสุด) ทว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงชัดเจน จากความกังวลผลกระทบต่อตลาดบอนด์จากนโยบายเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์ หากโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้จริง อย่างที่ตลาดกังวล

โดยเฉพาะหลังเหตุลอบสังหารที่เกิดขึ้นล่าสุด ทำให้โดยรวมบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงแกว่งตัวแถวระดับ 4.21% ทั้งนี้ เราคงมุมมองเดิมว่า ในทุกๆ จังหวะการรีบาวด์ขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะเป็นจังหวะที่น่าพิจารณา “Buy on Dip” บอนด์ระยะยาวได้ 

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ sideways โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงคาดหวังว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 3 ครั้งในปีนี้ ก่อนที่เงินดอลลาร์จะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ตามการทยอยเข้าซื้อ “Trump Trades” ของผู้เล่นในตลาด หลังผู้เล่นในตลาดประเมินว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อาจคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้ หลังเกิดเหตุลอบสังหาร

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินยูโร (EUR) ที่เผชิญแรงกดดันจากธีม Trump Trades กดดันตลาดหุ้นยุโรปเช่นกัน โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวแถวระดับ 104.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 104.0-104.3 จุด)

ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ตามมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่คาดหวังการลดดอกเบี้ยราว 3 ครั้งของเฟดในปีนี้ ได้หนุนให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค.) สามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่โซน 2,440 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะเผชิญแรงขายทำกำไร กดดันให้ย่อตัวลงสู่ระดับ 2,425 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำดังกล่าวก็มีส่วนหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา 

สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน 

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจผ่านรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี และยูโรโซนโดย ZEW  

และนอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนก็จะเป็นสิ่งที่ผู้เล่นในตลาดให้ความสนใจเช่นกัน 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าเงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 36.19-36.21 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.52 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.21 บาทต่อดอลลาร์ฯ

 ทั้งนี้ เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวเป็นกรอบ เนื่องจาก Sentiment ของสกุลเงินเอเชียในภาพรวมยังมี Bias ด้านอ่อนค่าตามทิศทางเงินหยวน (ที่ขาดแรงหนุนหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของจีนออกมาอ่อนแอกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด) แม้เงินดอลลาร์ฯ จะมีปัจจัยลบจากถ้อยแถลงในเชิง Dovish ของประธานเฟดเมื่อคืนที่ผ่านมา 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.10-36.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์สกุลเงินในภูมิภาค  ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบด้วย ยอดค้าปลีก ดัชนีราคานำเข้าและส่งออกเดือนมิ.ย. และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ค.