thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 16ก.พ.ที่ระดับประมาณ 36.04 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 16ก.พ.ที่ระดับประมาณ 36.04 บาทต่อดอลลาร์ฯ

16 ก.พ. 67 | 11:54 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 67 | 12:01 น.

เงินบาทแข็งค่ากลับมาได้เล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ตามจังหวะฟันด์โฟลว์ กรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้า19-23 ก.พ.ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ ระดับ 35.70-36.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับประมาณ 36.04 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าเงินบาทแข็งค่ากลับมาได้เล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ตามจังหวะฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ซึ่งในวันนี้ ซื้อสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทย 2,653 ล้านบาท และ 833.59 ล้านบาท ตามลำดับ 

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังขาดปัจจัยใหม่ๆ มาหนุน หลังจากที่ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ หดตัวลงมากกว่าที่คาด และตลาดกำลังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ของสหรัฐฯ ที่จะรายงานออกมาในคืนนี้

(เช่น ดัชนีราคาผู้ผลิต ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนม.ค. รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นสำหรับเดือนก.พ.)

ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -27.24 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -24.03 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์ถัดไป (19-23 ก.พ.) ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ ระดับ 35.70-36.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/66 ของไทย ทิศทางเงินลงทุนต่างชาติ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ (เบื้องต้น) เดือนก.พ. ยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 30-31 ม.ค.

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ของธนาคารกลางจีน ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของยูโรโซน และ PMI (เบื้องต้น) เดือนก.พ. ของญี่ปุ่น อังกฤษ และยูโรโซนด้วยเช่นกัน