
ค่าเงินบาทปิดตลาด "อ่อนค่า"ที่ระดับ 36.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางเงินหยวนและฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ กรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 23-27ต.ค.2566คาดไว้เบื้องต้นที่ 36.10-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทอ่อนค่าลง และปิดตลาดที่ระดับ 36.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.47 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงตามทิศทางเงินหยวนและจังหวะฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังมีแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ
และท่าทีของประธานเฟดที่ยังคงกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ แม้จะยอมรับว่า
การขยับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินในช่วงที่ผ่านมา อาจลดความจำเป็นของการคุมเข้มทางการเงินต่อเนื่องของเฟดก็ตาม
โดยในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 1,215.31 ล้านบาท และ 3,234 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2566 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -31.85 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -28.84 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 23-27ต.ค.2566คาดไว้เบื้องต้นที่ 36.10-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนก.ย. ของไทย สัญญาณเงินทุนต่างชาติ ทิศทางสกุลเงินเอเชีย
รวมถึงสถานการณ์ในอิสราเอล ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย
และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนี PCE/Core Price Indices เดือนก.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/66 (advanced) ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภคเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม ECB และดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษและสหรัฐฯ







