
ค่าเงินบาทปิดตลาด “แข็งค่า”ที่ระดับ 33.35 บาท/ดอลลาร์ฯ
ค่าเงินบาทยังรักษาช่วง “ แข็งค่า”ไว้ได้ หลังกนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมและส่งสัญญาณยืนดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องในระยะข้างหน้าเพื่อช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ
ค่าเงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 33.35 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทและสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความหวังต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังคงขาดปัจจัยใหม่ๆ มาหนุนการฟื้นตัว
ทั้งนี้ เงินบาทยังรักษาช่วงแข็งค่าไว้ได้ หลังกนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมและส่งสัญญาณยืนดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องในระยะข้างหน้าเพื่อช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยแม้กนง. จะปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อ แต่ก็มองว่าเหตุผลหลักๆ ที่ผลักให้เงินเฟ้อสูงมาจากปัจจัยด้านอุปทานทั้งราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุนในหมวดอาหารเป็นสำคัญ
สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,301.86 ล้านบาท ขณะที่มี NET OUTFLOWS ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 2,365 ล้านบาท (นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตร 1,886 ล้านบาท ขณะที่มีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 4,251 ล้านบาท)
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 30 มีนาคม 2565 โดยธปท. อยู่ที่ -6.64 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ –3.52 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ คาดไว้ที่ 33.20-33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE Price Index ข้อมูลรายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์







