
ส่อง10 กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ผลตอบแทนเด่น รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น
เปิด10 อันดับกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น ทางเลือกในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำแต่ผลตอบแทนใกล้เคียงเงินฝากประจำ พาไปรู้จักพร้อมปัจจัยพิจารณา ก่อนตัดสินใจลงทุน
ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทั้งภาวะเศรษฐกิจ และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น การลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยหรือสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ เพื่อกระจายความเสี่ยงถือเป็นทางเลือกที่ดี เช่น ทองคำ ตราสารหนี้ระยะสั้น หรือหุ้นที่มี Pricing Power คือ มีอำนาจในการปรับขึ้นราคา หมายความว่า เมื่อขึ้นราคาสินค้าหรือบริการแล้ว ลูกค้ายังซื้อสินค้าและบริการเท่าเดิม รวมถึงหุ้นที่มีเงินปันผลสูง มีกระแสเงินสดที่ดี และมีสถานะมั่นคง เป็นต้น
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดย : นารินทิพย์ ท่องสายชล ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ได้ออกบทความ "10 กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ผลตอบแทนเด่น รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น " พาไปรู้จักกับการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น และปัจจัยในการพิจาณาก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น
กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น คือ กองทุนที่มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่กองทุนถืออยู่ไม่เกิน 1 ปี
ข้อดีของกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น
- 1.ใช้เงินลงทุนน้อย เพียงหลักร้อยก็ลงทุนได้ เพราะการลงทุนในตราสารหนี้โดยตรงนั้นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการซื้อ ส่วนใหญ่เป็นหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท
- 2.เป็นกองทุนเปิด ทำให้มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ และการขายคืนจะได้รับเงิน T+1 ดังนั้น จึงเหมาะกับการลงทุนเพื่อเป็นเงินสำรองและบริหารสภาพคล่อง
- 3.มีความเสี่ยงต่ำ โอกาสขาดทุนเงินต้นน้อย
- 4.ผลตอบแทนพอ ๆ กับการฝากประจำ แต่นักลงทุนอาจไม่ต้องแช่เงินไว้ 6 - 12 เดือน หรือให้ครบกำหนดเหมือนการฝากประจำ ซึ่งถ้าถอนเงินออกมาก่อนก็จะได้ดอกเบี้ยเท่ากับการฝากออมทรัพย์ธรรมดา
ลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ต้องดูปัจจัยใดบ้าง
1.ความเสี่ยงที่เหมาะสม ดูจากนโยบายการลงทุนของกองทุนรวมนั้นว่าลงทุนในตราสารหนี้ประเภทใด สัดส่วนแต่ละตราสารเป็นเท่าไหร่ มีการกระจายการลงทุนหรือไม่ อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของตราสารหนี้ที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุนเป็นอย่างไร เป็นต้น โดยเมื่อดูข้อมูลกองทุนแล้ว ต้องพิจารณาว่าความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้เป็นอย่างไร และความเสี่ยงนั้นเหมาะสมกับผลตอบแทนหรือไม่
2.อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่กองทุนรวมถืออยู่ ตลาดตราสารหนี้ในต่างประเทศหรือตลาดสากล ตราสารหนี้ระยะสั้นคือตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยต่ำว่า 5 ปี แต่สำหรับตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทย ตราสารหนี้ระยะสั้นคือตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยต่ำกว่า 1 ปี ดังนั้น ต้องดูว่าอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่กองทุนรวมถืออยู่นั้นเหมาะกับนักลงทุนหรือไม่ เพราะอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่สั้นความผันผวนจะต่ำกว่าตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยยาว
3.ผลตอบแทนของกองทุนรวม ดูจากผลการดำเนินงานในอดีตที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ให้ผลตอบแทนดีหรือไม่ และควรนำไปเทียบกับดัชนีชี้วัดว่าเป็นอย่างไร เช่น เทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี แต่ต้องเน้นย้ำว่า ผลตอบแทนในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต
4.ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมจะมีผลกระทบต่อผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ ดังนั้น ควรดูค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน เป็นต้น และนำไปเปรียบเทียบกับกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนหรือกลยุทธ์การลงทุนที่ใกล้เคียงกัน เพราะค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ผลตอบแทนก็จะแตกต่างกันด้วย
5.ขนาดของกองทุน ดูว่ากองทุนรวมที่จะไปลงทุนนั้นมีขนาดกองทุนเท่าไหร่ โดยขนาดของกองทุนจะบอกได้ว่ากองทุนรวมนั้นได้รับความน่าเชื่อถือหรือความไว้วางใจจากนักลงทุนมากน้อยเพียงใด หรืออาจมองว่าเป็นกองทุนรวมที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีการตลาด (Marketing) หรือมีผลการดำเนินงาน (Performance) ที่ดีก็ได้ และที่สำคัญขนาดของกองทุนจะมีผลต่อสภาพคล่องในการซื้อขาย โดยกองทุนรวมขนาดใหญ่จะมีสภาพคล่องที่ดีกว่ากองทุนรวมขนาดเล็ก
10 อันดับกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดย้อนหลัง 3 ปี
หมายเหตุ :
- 1.ใช้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3% ต่อปีในการจัดอันดับ
- 2.บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
ที่มา : ตลท.






