thansettakij
thansettakij
ไทยพาณิชย์โพรเทค เดินหน้าสร้างเซลล์ประกัน  ตำบลละ1คนใน 5 ปี

ไทยพาณิชย์โพรเทค เดินหน้าสร้างเซลล์ประกัน ตำบลละ1คนใน 5 ปี

13 พ.ย. 64 | 13:20 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ย. 64 | 20:26 น.

ตลาดประกันคึกคัก รับเศรษฐกิจทยอยฟื้น 3-6 เดือนข้างหน้า ไทยพาณิชย์โพรเทคจับมือไทยวิวัฒน์ รุกแคมเปญซื้อ 1 แถม 3 ปลุกคนไทยสร้างหลักประกันทั้งชีวิตและวินาศภัย เดินหน้าสร้างตัวแทนขายตำบลละ 1 คนใน 5 ปี

หลังการประกาศปักธงดิจิทัลโบรกเกอร์ ครอบคลุมทั้งธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยเต็มรูปแบบ ผ่านบริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค ซึ่งจะเป็นกลไกขยายตลาดรายย่อยของธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCB ที่มีลูกค้าประกันเพียง 3% จากฐานลูกค้าของไทยพาณิชย์ทั้งหมด 16 ล้านคน 

 

ภายใต้ระบบเทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลที่ผสานกับทีมงานที่ปรึกษาด้านความคุ้มครองประจำหรือ Protection Consultant (PC) หรือเซลล์ขายประกัน ให้ได้ตำบลละ 1 คนทั่วประเทศทุกภาค  

 

ช่วงแรกตั้งเป้าให้ทีม Protect Consultant เข้าถึงลูกค้ามากกว่าตลาด 5 เท่าในแต่ละเดือนเทียบกับตัวแทนขายประกันที่เฉลี่ยมีการเข้าถึงลูกค้าราว 1.7 รายต่อเดือนและต้องการเห็นอัตราการเข้าถึงประกันของคนไทยเพิ่มขึ้นมากที่สุด จากปัจจุบันอยู่ในสัดส่วน 30%

 

ปัจจุบันไทยพาณิชย์ โพรเทค อยู่ในช่วงสื่อสารถึงประชาชนคนไทยในการเข้าร่วมแคมเปญ ด้วยการแจกประกันชีวิตฟรี 2 ล้านสิทธิ์ถือเป็นอีกความพยายามในการส่งเสริมคนไทยให้สร้างหลักประกัน เพื่อป้องกันหรือรองรับความเสี่ยงในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุไม่คาดฝัน

ไม่ว่ากรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยรวมถึงโควิด-19 หรืออุบัติเหตุ โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน scbprotect ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 หรือจนกว่าจะครบ 2 ล้านสิทธิ์

 

นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยพาณิชย์ โพรเทคเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังเปิดตัวแพลตฟอร์มประกันออนไลน์ (Digital Insurance) พร้อมกรมธรรม์นำร่องคือ กรมธรรม์ออมทรัพย์ ประกันภัยรถยนต์และประกันภัยอุบัติเหตุ เพื่อรองรับลูกค้าและเทศกาลลดหย่อนภาษีปลายปี

นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์

พบว่า มีลูกค้าเข้ามา 400,000คน (ณ 5 พฤศจิกายน 64) และมีแผนจะทำประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนเข้ามารับประกันชีวิตฟรี 6 เดือน เพื่อสร้างการรับรู้และทดลองใช้บริการประกันออนไลน์ โดยภายใน 2 ปี ต้องการให้ลูกค้าคลิกเข้ามาจำนวน 1 ล้านคน

 

ส่วนภาพรวมธุรกิจประกัน ทั้งประกันชีวิตและวินาศภัยใน 3-6 เดือนข้างหน้า มองว่า ตลาดประกันมีแนวโน้มคึกคักขึ้น หลังเปิดประเทศและสภาพเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวกลับมา โดยบริษัทเตรียมลงพื้นที่และเดินหน้าสอบใบอนุญาตตัวแทน หลังจากที่ 7 เดือนที่ผ่านมา มีข้อจำกัดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งบริษัทจะเน้นทำตลาดแบบลด แลก แจก แถม

 

ขณะเดียวกันได้จับมือ บริษัท ไทยวิวัฒน์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพิ่มทางเลือกซื้อ 1 แถม 3 โดยลูกค้าสามารถเลือกเปิด-ปิดผ่านแอพพลิเคชัน TVI Protect เช่น ประกันภัยรถยนต์ เลือกเปิดเมื่อขับรถ คุ้มครองสูงสุด 500,000บาท ประกันภัยโควิด-19 เลือกเปิด

 

เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ คุ้มครองอาการโคม่าจากโควิด-19 ประกันการเดินทางในประเทศ เลือกเปิดเมื่อออกทริป เดินทางไกล คุ้มครองกรณีค่ารักษา อุบัติเหตุ เสียชีวิตและยกเลิกการเดินทาง ประกันภัยโจรกรรมบ้าน (ทรัพย์สิน) เลือกเปิดเมื่อไม่อยู่บ้านคุ้มครอง 100,000 บาท

 

ส่วนแนวทางการทำตลาดใน 2 ปีข้างหน้าจะมุ่งเน้นให้ลูกค้า หันมาซื้อกรมธรรม์บนออนไลน์ ในด้านประกันชีวิตคาดว่า จะมีเบี้ยประกัน 800-1,000 ล้านบาท ส่วนประกันวินาศภัยยังอยู่ระหว่างจัดทำแผนจากที่มีอยู่หลัก 100 ล้านบาท

 

สำหรับช่องทางขายนั้น บริษัทพัฒนาทีมงาน Call Center ที่มีอยู่ 350 คน ยกระดับเป็นทีมขาย โดยติดต่อลูกค้าในกรุงเทพและปริมณฑล ขณะเดียวกัน ยังมีทีมที่ปรึกษาความคุ้มครองทั่วประเทศราว 300 คนคาดว่า จะเพิ่มเป็น 1,000 คนในต้นปี 2565 และสิ้นปีอยู่ที่ 2,000-3,000 คน

 

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายเบี้ยประกันรวมภายใน 3 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าเบี้ยประกันรวมเพิ่มเป็น 3,000-5,000 ล้านบาทและฐานลูกค้าขยับขึ้นเป็น 200,000-250,000 ราย โดยสัดส่วนเบี้ยที่มาจากแผนประกันชีวิตภายใน 3-5 ปีนั้นคาดว่า จะอยู่ที่ 70% ที่เหลือเป็นประกันวินาศภัย ซึ่งสัดส่วนเบี้ยส่วนใหญ่เป็นเบี้ยใหม่ เนื่องจากเราเพิ่งเริ่มดำเนินการประกันวินาศภัย จึงมีพอร์ตต่ออายุไม่ใหญ่มาก

 

“เรายังต้องการมีฝ่ายขายที่เป็น Potection Consultant และนายหน้าในสังกัด (SAB) ทั่วประเทศ ใน 5 ปีน่าจะได้เห็นใกล้เคียงกับที่ตั้งใจไว้จะเห็นตัวแทนตำบลละ 1 คนตามแผนงานเดิม โดย PC1 คนเข้าถึงลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 5 เท่ากว่า แต่เบี้ยเฉลี่ยต่อรายอาจจะค่อนข้างน้อยว่าที่คาดไว้เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ” นางสาวปรมาศิริกล่าว

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 ฉบับที่ 3,730 วันที่ 11 - 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564