thansettakij
thansettakij
กิจการไทย  “ฟื้นแล้ว...แต่ยังไม่ถึงครึ่ง”

กิจการไทย  “ฟื้นแล้ว...แต่ยังไม่ถึงครึ่ง”

20 มี.ค. 64 | 22:30 น.

สถานการณ์การระบาดโรค โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการตามลักษณะธุรกิจและแรงกดดันจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแต่ละรายก็มีการปรับตัวที่แตกต่างกัน

ในฉบับนี้ ชวนมาดูว่า “ธุรกิจไทยเริ่มมีการฟื้นตัวแล้วหรือไม่” โดยผมนำตัวเลขรายได้ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) จำนวน 530 ราย ซึ่งเป็นกิจการขนาดใหญ่ พอจะเป็นตัวแทนธุรกิจไทยในภาพรวมทั้งประเทศได้ มาวิเคราะห์ลักษณะการฟื้นตัว โดยใช้เกณฑ์การเติบโตของรายได้รายไตรมาสของปี 2563 เปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยปี 2562 โดย “ธุรกิจฟื้นตัวแล้ว” คือ รายได้เติบโตมากกว่า 0% “ธุรกิจกำลังฟื้น” คือ รายได้ลดลงระหว่าง 0% ถึง -10% และ “ธุรกิจยังไม่ฟื้น” คือ รายได้ลดลงมากกว่า -10%

มาดูผลการวิเคราะห์กันครับ ในไตรมาส 2/2563 ที่มีการล็อกดาวน์จากการระบาดโรคโควิด-19 พบว่า มีกิจการถึง 72% ของกิจการในตลท. รายได้หดตัว และในไตรมาส 3/2563 เริ่มมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ แต่ทว่าก็ยังมีกิจการที่รายได้หดตัวอยู่ถึง 64% ชี้ให้เห็นว่า ช่วงไตรมาส 2-3 ของปีที่แล้ว ธุรกิจไทยได้รับผลรกระทบค่อนข้างหนัก และในส่วนของไตรมาสสุดท้ายของปี(4/2563) พบว่า กิจการ 41% “รายได้ฟื้นแล้ว” กิจการ 16% “รายได้กำลังฟื้น” และกิจการ 42% “รายได้ยังไม่ฟื้น” สรุปว่า ไนไตรมาส 4 จำนวนกิจการที่ฟื้นแล้วและยังไม่ฟื้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ดังนั้น การเติบโตของธุรกิจไทยในภาพรวมยังมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร เพราะแม้รายได้กลุ่มที่ฟื้นแล้วครึ่งหนึ่งจะดีขึ้น แต่ก็จะถูกดึงจากกลุ่มที่รายได้ที่ยังไม่ฟื้นอยู่อีกครึ่งหนึ่ง

คราวนี้ มาเจาะลึกลงเป็นรายธุรกิจว่า ผู้ประกอบการในแต่ละธุรกิจฟื้นตัวแล้วหรือไม่ ด้วยเกณฑ์วัดการเติบโตของรายได้เช่นเดิม โดยแบ่งโซนการฟื้นตัวตามประเภทธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มเริ่มฟื้น ได้แก่ ธุรกิจเกษตร ธุรกิจการเงิน ธุรกิจเทคโนโลยี กิจการส่วนใหญ่รายได้เป็นบวก เพราะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไม่มากนัก แม้ผู้บริโภคจะออกนอกบ้านน้อยลง แต่ยังมีจำเป็นต้องบริโภค
และใช้บริการสินค้าอยู่ กลุ่มกำลังฟื้น ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค บริการ อาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุตสาหกรรม พลังงานและสาธารณูปโภค แนวโน้มรายได้ของกิจการติดลบลดลงเป็นกลุ่มที่ทยอยดีขึ้น เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศ และการส่งออกสินค้าเริ่มฟื้นตัว จะเห็นว่าธุรกิจอยู่ในหมวดสินค้าจำเป็น และได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว 

กลุ่มกํ้ากึ่ง ได้แก่ รับเหมาก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ กิจการครึ่งหนึ่งรายได้เป็นบวก แต่ครึ่งหนึ่งรายได้ยังติดลบ การที่รายได้ครึ่งหนึ่งบวก ครึ่งหนึ่งลบ บ่งชี้เป็นนัยได้ว่า สนามการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างดุเดือด เมื่อผนวกลักษณะธุรกิจที่เป็นอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างแล้ว ในปีนี้น่าจะยังแข่งขันกันอย่างดุเดือดต่อไป กลุ่มยังไม่ฟื้น ได้แก่ ท่องเที่ยว แฟชั่น กิจการส่วนใหญ่รายได้ติดลบ ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในกลุ่มนี้ต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน และจำเป็นต้องปรับตัว เช่น การลดต้นทุน และหารายได้แหล่งใหม่มาทดแทน เพื่อพยุงธุรกิจของตนเองให้ดำรงอยู่ รอจนกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะดีขึ้น โดยมีการฉีดวัคซีนทั่วถึง แล้วกลุ่มนี้จึงจะกลับมาได้ 

คงพอเห็นภาพการฟื้นตัวของธุรกิจไทยกันบ้างแล้วนะครับ ในปีนี้ภาพการฟื้นตัวดูดีขึ้นแต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ ผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันไปเพื่อรอโอกาสการฟื้นตัวของท่านอย่างไรก็ดี จาก ข้อมูลที่นำเสนอข้างต้น ผมอยากให้ท่านลองสังเกตดูว่า มีผู้ประกอบการบางส่วนแม้จะอยู่ในธุรกิจที่ไม่ดีแต่รายได้ก็เติบโตได้ ขอนำเสนอเป็นข้อคิดครับ เมื่อมีผู้ทำได้ ท่านก็สามารถหากลยุทธ์ทำได้เช่นกัน ขอเป็นกำลังใจให้ครับ และในฉบับหน้าผมจะนำเสนอแนวโน้มธุรกิจไทยในปีนี้ว่าเป็นอย่างไรเพิ่มเติมในฉบับนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ 

 

คอลัมน์ยังอีโคโนมิสต์

โดย : ธรรมทัช ทองอร่าม ผู้เชี่ยวชาญ

อาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ฉบับที่ 3,663 วันที่ 21 - 24 มีนาคม พ.ศ. 2564