
ค่าเงินบาทเปิดตลาด"ทรงตัว"ที่ระดับ 30.75 บาท/ดอลลาร์
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท "ทรงตัว"แม้เงินบาทจะฟื้นกลับมาแข็งค่าได้บางส่วน (เทียบกับระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือนที่ 30.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ ที่ทำไว้เมื่อวานนี้)
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเช้านี้ (10 มี.ค.) ทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 30.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ใกล้เคียงระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 30.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทั้งนี้แม้เงินบาทจะฟื้นกลับมาแข็งค่าได้บางส่วน (เทียบกับระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือนที่ 30.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ ที่ทำไว้เมื่อวานนี้)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าหลังจากที่เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เริ่มชะลอลงเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนรอติดตามกระบวนการโหวตมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 30.50-31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่จุดสนใจของตลาดจะอยู่ที่ตัวเลขเงินเฟ้อ ทั้งตัวเลข CPI และ PPI เดือนก.พ. ของจีน และตัวเลข CPI เดือนก.พ. ของสหรัฐฯ
ด้านบล.ไทยพาณิชย์ (SCBS)ระบุว่า อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 30.75 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 30.80 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 30.65-30.85 บาทต่อดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์
หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS)ระบุว่าตลาดการเงินกลับตัวแรงในช่วงคืนที่ผ่านมา หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปีย่อตัวลง 6bps มาที่ระดับ 1.52% ทั้งที่มีงบกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลและกลับเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกเทขายติดต่อกันมาหลายวัน เห็นได้ชัดจากดัชนี Nasdaq ที่ปรับตัวขึ้น 3.69% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดบวก 1.42% และ 0.86% ตามลำดับ
ส่วนตลาดเงิน ด้วยบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับฐาน และมุมมองตลาดที่เปิดรับความเสี่ยง (Risk On) ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่ากลับ 0.6% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักโดยที่นักลงทุนเลือกถือเงินยูโรแทนดอลลาร์สำหรับสินทรัพย์ปลอดภัยและเก็งกำไรบนดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) สำหรับสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมกันกับราคาทองคำที่ฟื้นตัวขึ้น 2.0% มายืนที่ระดับ 1715 ดอลลาร์ต่อออนซได้อีก
ด้านเงินบาท ในวันนี้คาดว่าจะมีแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ด้วย ในระยะถัดไป มองว่าสกุลเงินเอเชียและเงินบาทจะเริ่มมีแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกี่ยวกับการเปิดทำการของภาคธุรกิจในภูมิภาคนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ดี คาดว่าปัญหาเรื่องการปรับตัวขึ้นของยีลด์สหรัฐ และตลาดการเงินที่ผันผวนสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อจนกว่าจะเห็นตัวเลขเศรษฐกิจที่พื้นตัวจริง เงินบาทจึงอาจแกว่งตัวในกรอบกว้างโดยยังไม่มีแนวโน้มแข็งหรืออ่อนค่าที่ชัดเจน






