
MTLมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่วงอายุ
เมืองไทยประกันชีวิต ชูกลยุทธ์ Lifetime Partner มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่วงอายุ ชี้ปี 64 ยังมีความท้าทายและโอกาส เผยโควิด-19 หนุนคนไทยห่วงใยสุขภาพมากขึ้น
นายสาระ ลํ่าซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตปี 2564 มีทั้งความท้าทายและโอกาส ซึ่งมีประเด็นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะแพร่การระบาดของโควิดรอบใหม่ มีส่วนให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องสุขภาพและประกันมากขึ้น จึงเป็นโอกาสในการทำตลาด ขณะเดียวกันยังมีประเด็นในแง่ของกฎหมายหรือมาตรการใหม่ที่จะส่งผลต่อการทำตลาดธุรกิจประกันชีวิต เห็นได้จากปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำไกด์ไลน์สำหรับพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(PDPA)กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เพื่อเสนอกระทรวงดีอี หรือ มาตรฐานบัญชีใหม่(IFRS17) ซึ่งสมาคมประกันชีวิตจะต้องหรือกับสภาวิชาชีพบัญชีและคปภ.
“PDPA ่จะมีผลบังคับใช้กลางปีนี้ และมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงระยะ2(RBC2) เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมเตรียมตัวรองรับ ทั้งในแง่ของดาต้าและคณิตศาสตร์ ขณะที่ความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจทั้งภายในและต่างประเทศจะส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลง ซึ่งมีผลต่อรูปแบบกรมธรรม์แต่ละประเภทด้วย”
สำหรับ MTL ยืนยันนโยบายที่ต้องเป็น Lifetime Partner โดยจะนำเทคโนโลยีหรือดิจิทัลเพิ่มศักยภาพบุคลากร(Reskills และ Upskills )เพื่อตอบโจทย์ความพึงพอใจจากลูกค้าในทุกช่วงอายุ (GenZ, GenY ,GenX, Baby Boomer ตลอดถึง ALPHA) ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษา แนะนำอย่างมืออาชีพ สินค้าและบริการ ขณะเดียวกันนำเทคโนโลยีตอบโจทย์ลูกค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์
ในส่วนของเป้าหมายการดำเนินงานนั้น บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันรับรายใหม่เติบโต 8-10% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ประกันสุขภาพโต 35% คุ้มครองชีวิตและประกันชีวิตควบการลงทุนมีสัดส่วน 70% และประกันสะสมทรัพย์สัดส่วนอยู่ที่ 24% โดยปี 2563 บริษัทได้ปรับลดพอร์ตที่มีความละเอียดอ่อนต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยลง เพราะช่วงที่เกิดโควิด เดือนก.พ.-มี.ค.Yield Curve ของบอนด์อายุ 10 ปี ปรับลดตํ่าลงกว่า 1% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจประกันชีวิต ทำให้ผลการดำเนินงาน 11 เดือน Yield Curve อยู่ที่ 1.37% แต่ผลกำไรปี 2563 สูงกว่าปี 2562
หน้า 14 ฉบับที่ 3,649 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 31 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564






