
DELTA ดิ่ง 2 วัน สูญมาร์เก็ตแคป 3 แสนล้าน
ราคาหุ้น DELTA ร่วงต่อวันที่ 2 กว่า 35.96% ระหว่างวันลดเกือบติดฟลอร์ ด้านมาร์เก็ตแคปหาย 3 แสนล้านบาท โบรกหวั่นเข้า SET50 กระทบดัชนีผันผวน ยังไม่แนะนำเข้าซื้อ
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DELTA) ปิดซื้อขายในวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ลดลง 122.00 บาทหรือ 21.79% อยู่ที่ 438.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 8,480.82 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 1 โดยระหว่างวันลดลงต่ำสุด 164.00 บาท หรือ 29.28% อยู่ที่ 396.00 บาท ใกล้ระดับราคาฟลอร์ที่ 392.00 บาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 - 29 ธันวาคม 2563 ราคาลดลง 246.00 บาท หรือ 35.96% ขณะที่ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ลดลง 306,855.88 ล้านบาท อยู่ที่ 546,353.14 ล้านบาท จากวันที่ 25 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ 853,209.02 ล้านบาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ นักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัดเปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของหุ้น DELTA ทุกๆ 1% จะกระทบต่อดัชนีหุ้นไทยประมาณ 0.63 จุด เห็นได้จากช่วงที่ราคาปรับขึ้นสูงถึง 800 บาท ทำให้มาร์เก็ตแคปขึ้นไปถึง 1.1. ล้านล้านบาท เป็นอันดับ 2 รองจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) เป็นส่วนทำให้ภาพดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นสูงและไม่ได้สะท้อนภาพที่แท้จริง ซึ่งหากตัดการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้น DELTA พบว่าดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 1,400 จุดเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น DELTA ที่ปรับขึ้นแรงนั้น มาจากความคาดหวังผลประกอบการที่จะเร่งตัวขึ้นในปี2564 รวมถึงเป็นหุ้นที่มีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free float) ค่อนข้างต่ำ และจำนวนหุ้นหมุนเวียนที่มีน้อยทำให้ราคาปรับขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่ ธุรกรรมการชอร์ตเซลล์เดือนธันวาคม อยู่ที่ 900,000 หุ้น ส่วนNVDR อยู่ที่ 3,990,000 หุ้น
นอกจากนี้ หุ้น DELTA จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 มีผลราคาปิดวันที่ 30 ธันวาคม2563 โดยจะมีแรงซื้อจากกองทุน Passive Fund ที่ลงทุนตาม SET50 ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์ (NAV) ประมาณ53,000 ล้านบาท ต้องเข้าซื้อหุ้น DELTA คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,370 ล้านบาท ทั้งนี้ จะมีผลกระทบต่อดัชนี SET50 เนื่องจากมีแรงขายลดสัดส่วนในหุ้นดัชนี ประมาณ 0.03% ของมาร์เก็ตแคปหุ้นแต่ละตัว เช่นPTT ลดลงประมาณ 355 ล้านบาท และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ลดลงประมาณ266 ล้านบาท
“คาดการณ์ผลการดำเนินงานของ DELTA ปี 2564 จะมีกำไรสุทธิประมาณ 8,000 ล้านบาท ส่วนพีอีอยู่ที่77 เท่า แต่หุ้นในอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกันซื้อขายบนพีอีเพียง 37 เท่า ซึ่งในเชิงปัจจัยพื้นฐานนำไปก่อนค่อนข้างมาก จึงไม่ควรเข้าซื้อ ควรรอจังหวะที่ราคาหุ้นลดลงมา และมีแนวโน้มว่าจะได้งานใหม่อะไรบ้างรวมถึงยอดขายที่ไปกับอีวีและดาต้า จะสร้างรายได้ได้มากเพียงใด ทั้งนี้ มองว่าหลังจากเข้าดัชนี SET50 แล้ว ในปีหน้า DELTA จะหมดแรงหนุน และมีโอกาสพักตัวในเดือนมกราคม 2564”






