
เปิดรายละเอียด "คลินิกแก้หนี้" จัดโปรแรงลดดอกเบี้ย-ยกดอกค้าง ยืดเวลาผ่อน
เปิดรายละเอียด คลินิกแก้หนี้ เปิดโอกาสแก้หนี้เสีย จัดหนักจัดเต็มโปรแรง ลดดอกเบี้ย ยกดดอกค้า ยืดเวลาผ่อน
ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้เปิดเผยว่า สำหรับโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน CONSUMER DEBT RELIEF PROGRAM บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด สำนักงานประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ได้จัดโปรแรง! ลดดอกเบี้ย ยกดดอกค้าง ยืดเวลาผ่อน ซึ่งผู้ที่สนใจสสามารถสอบถามหรือสมัครได้ที่ “คลินิกแก้หนี้ by SAM”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“คลีนิกแก้หนี้” ปรับเงื่อนไขใหม่ หนี้เสียก่อน 1 ก.ค.63 เข้าโครงการได้
ออมสินกำหมื่นล้าน รับรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตดี
ธปท.จับมือสถาบันกการเงินจัดตั้งคลีนิกแก้หนี้
สำหรับรายละเอียด และ ขั้นตอนการสมัครลดสารพัดหนี้เสียทั้งบัตรเครดิต และ สินเชื่ออื่น ๆ ของ คลีนิกแก้หนี้ ต้องทำอย่างไร เช็กที่นี่ที่เดียว
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
ขั้นตอนที่1 : ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 65 ปี
เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันของสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ
เป็นหนี้เสีย (NPL) ก่อน 1 ก.ค. 63*
หนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
*ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือน มิ.ย. 63 ต้องมีสถานะค้างชำระ 91-120 วันขึ้นไป
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ
ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร
ขั้นตอนที่ 3 : จัดเตรียมเอกสารประกอบการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้สมัคร
2. เอกสารการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้จากเครดิตบูโร โดย ลูกค้าสามารถขอข้อมูลเครดิตบูโรได้ที่ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร / เคาน์เตอร์ธนาคาร / ATM / Mobile App / ที่ทำการไปรษณีย์ไทย / Internet Banking
พนักงานประจำ
1. สลิปเงินเดือน 3 เดือน
อาชีพอิสระ
1. รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
2. เอกสารการแสดงการเสียภาษีเงินได้ 50 ทวิ (ถ้ามี)
ขั้นตอนที่ 4 : เมื่อได้รับการยืนยันจากสถาบัน ให้เข้าร่วมโครงการ เจ้าหน้าที่โครงการฯจะติดต่อนัดหมายท่าน เพื่อให้เข้ามาลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้
หมายเหตุ สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-6102266
สมัครได้ที่
- สมัครออนไลน์คลิก https://bit.ly/3h0mNYu
- สมัครทางไปรษณีย์ https://bit.ly/2Ws5nMx
จำนวนสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ
- 35 สถาบัน
- 17 ธนาคารพาณิชย์
- 18 Non-Bank
สำหรับความเป็นมาของโครงการ
- ปี 2560 โครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 1 เกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มของธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้ค้างชำระอยู่กับธนาคารเจ้าหนี้ให้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้เบ็ดเสร็จครบวงจรในที่เดียว ธนาคารเจ้าหนี้ 16 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ มอบหมายให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เป็นหน่วยงานกลางเชื่อมโยงระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ทุกราย ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการวางแผนและวินัยทางการเงินที่ดี เพื่อสร้างค่านิยมที่ถูกต้องด้านการลดความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย และสร้างเสริมสุขภาพทางการเงินที่ดีให้แก่คนรุ่นใหม่ในสังคม นำไปสู่การลดปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนทั้งทางตรงและทางอ้อม
- ปี 2562 โครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 2 ขยายขอบเขตให้รวมลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการ non-bank 19 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกหนี้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ 15 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ทำให้โครงการคลินิกแก้หนี้สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกในการแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างกว้างขวางและครบวงจรอย่างแท้จริง
- ปี 2563 โครงการคลินิกแก้หนี้เดินหน้าเข้าสู่ “ระยะที่ 3” โดยได้ขยายขอบเขตให้สามารถแก้ไขหนี้บัตรที่มีเจ้าหนี้รายเดียว และหนี้บัตรที่อยู่ในกระบวนการของศาลและมีคำพิพากษาแล้ว รวมทั้งปรับปรุงคุณสมบัติผู้เข้าโครงการจากเดิมต้องมีหนี้บัตรที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2562 มาเป็นวันที่ 1 มกราคม 2563
- ปัจจุบันโครงการฯ ได้ปรับปรุงคุณสมบัติผู้เข้าโครงการจากเดิมต้องมีหนี้บัตรที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 มาเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563






