
"สมคิด"เรียกถกด่วน "แผนฟื้นฟูบินไทย"
รายงานข่าวเปิดเผยว่าพรุ่งนี้(16 เมษายน 2563) เวลา 09.00 น.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานประชุม เรื่อง แผนฟื้นฟูการบินไทย โดยมีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง และทีมผู้บริหารการบินไทย ร่วมประชุมที่ห้องวายุภักษ์ 4 กระทรวงการคลัง
กาประชุมในวันที่ 16 เมษายน มีขึ้นหลังจาก นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประชุมร่วมกับนายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา
นายประภาศ ระบุว่าการประชุมครั้งนั้นได้มีการหารือถึงกระแสข่าวว่าจะขายหุ้นให้บริษัทอื่นหรือกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ทราบว่ามีข่าวมาจากไหน เพราะขณะนี้กระทรวงการคลังไม่มีแผนจะให้เอกชนเข้ามาถือหุ้น THAI เพิ่มขึ้น และต้องการดำเนินการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยเอง โดยมีการพิจารณาหลายแนวทาง
กระทรวงการคลังยืนยันชัดเจนว่าไม่มีแผนขายหุ้น บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือ THAI ให้กับเอกชนทั้ง บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) PTT และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) AOT รวมทั้งธนาคารออมสินตามที่มีกระแสข่าว
ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูการบินไทยเบื้องต้นรัฐจะดำเนินการเองทั้งหมด แต่จะเป็นด้วยวิธีการใดอยู่ระหว่างศึกษาแผนที่เป็นประโยชน์และกระทบต่อกิจการน้อยที่สุด โดยวันที่ 16 เม.ย.นี้จะหารือถึงความคืบหน้าร่วมกันอีกครั้ง เบื้องต้น สคร. วางเป้าหมายแผนการฟื้นฟูของการบินไทยจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย.นี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย
แนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการบินไทย คือให้การบินไทยออกหุ้นกู้ที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะมาซื้อ หรือการเพิ่มทุน รวมถึงการพิจารณาวงเงินกู้ระยะสั้นเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
“ตอนนี้เราคุยกันถึงการออกหุ้นกู้ หรือการเพิ่มทุนว่าจะเป็นเท่าไร ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงโครงสร้างทางการเงิน สภาพคล่องของการบินไทยว่ารีบเร่งแค่ไหน ซึ่งทุกอย่างเราต้องรอบคอบ โดยการแก้ไขปัญหาการบินไทยถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการมาให้ดำเนินการโดยเร็ว”
ขณะที่เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการบินไทยระบุว่า การบินไทยถือเป็น สายการบินที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติโควิด-19 จากก่อนหน้าที่เคยประสพปัญหาการขาดทุนสะสมนับแสนล้านบาท จึงได้หารือกับพลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการบริษัทการบินไทยฯ และนายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการบินไทย ดังนี้
1. การรักษาสภาพกระแสเงินสด (Cash flow) เนื่องจากขณะนี้การบินไทยไม่มีรายได้จากการบินในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมาตรการปิดน่านฟ้าเพื่อระงับการแพร่เชื่อโคโรนาในหลายประเทศ จึงมีความจำเป็นที่ต้องหาแนวทางเพื่อรักษาสภาพกระแสเงินสด
2. การจัดทำแผนฟื้นฟู จะเร่งจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อจะได้เสนอกระทรวงการคลัง และเสนอตามขั้นตอนจนถึงคณะรัฐมนตรีต่อไป
3. การปรับลดขนาดองค์กร โดยการปรับลดจำนวนของพนักงานให้น้อยลง เน้นวิธีการปรับลดโดยความสมัครใจ
4. การปรับลดประเภทของเครื่องบิน ลดจำนวนช่างซ่อมบำรุง ลดการสต๊อกอะไหล่เครื่องบิน เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
5. การปรับลดกระบวนการและขั้นตอนการทำงานภายในองค์กร เนื่องจากองค์กรเป็นรูปแบบรัฐวิสาหกิจ มีหลักเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ ทำให้มีความล่าช้าในการบริหารจัดการ จึงจำเป็นจะต้องปรับแก้เพื่อให้สามารถทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
6. ปรับกระบวนการด้านรายได้จากการจำหน่ายตั๋วโดยสาร และบริหารด้านการตลาดในเชิงรุกให้มีผู้โดยสารมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้รวมถึงปรับลดการจำหน่ายตั๋วโดยสารโดยเอเจนซี่ (Agency) ซึ่งมีการล็อคราคาตั๋วโดยสาร ทำให้การบินไทยไม่สามารถปรับราคาค่าตั๋วโดยสารให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ โดยแก้รูปแบบให้การบินไทยจำหน่ายตั๋วให้แก่ผู้โดยสารโดยตรงผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่นระบบบุ๊คกิ้ง ระบบออนไลน์ ให้มากขึ้น อีกทั้งมาตรการค่าปรับเอเจนซี่ (Agency) ในกรณีคืนตั๋วโดยสารไม่ทันภายในกำหนดเวลา
7. การจัดหารายได้เพิ่มในช่องทางการให้บริการจองที่พัก และการให้บริการจองทัวร์ของนักท่องเที่ยว8. การลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้เรียกกลับประเทศให้หมดภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้และ






