
นักวิเคราะห์ชี้ กองทุนBSF หนุนเชื่อมั่น
นักวิเคราะห์ชี้ กองทุน BSF เพิ่มความเชื่อมั่นตลาดตราสารหนี้ ค่ายกรุงศรีตั้งข้อสังเกต นำความเสี่ยงตลาดหุ้นกู้ผูกระบบธนาคารอาจเกิดผลกระทบต่อผู้ฝากเงิน ด้านทีเอ็มบีชี้แนวโน้มบริษัทหันซบสินเชื่อระยะสั้นแทน เหตุต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มสูง ฟากบล.ไทยพาณิชย์เชื่อ “ไม่ง่าย” ที่จะเบิกใช้วงเงินของกองทุน
ยังเป็นความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Stabilization Fund: BSF) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อเป็นแหล่งเงินสำรองชั่วคราว (Bridge Financing) สำหรับเข้าไปซื้อตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทที่มีคุณภาพดีที่มีตราสารหนี้ครบกำหนดชำระในช่วงปี 2563-2564 ภายใต้พระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน พ.ศ. ...วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพราะเกรงว่าจะขัดกับหลักการความเป็นธนาคารกลาง การเข้าไปเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน และที่สุดอาจจะเกิดความเสียหายและเป็นภาระของรัฐบาลในอนาคตได้ แม้ล่าสุดธปท.จะออกมาส่งท่าทีว่า พร้อมรับฟังทุกภาคส่วนเพื่อปรับปรุงเกณฑ์ BSF ให้ชัดเจน
นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กองทุน BSF เป็นความจำเป็นในการดูเสถียรภาพระบบการเงิน เพราะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ที่ผู้ถือหน่วยลงทุนทยอยขายตราสารหนี้เอกชน ทำให้บลจ.ต้องขายตราสารหนี้ด้วย ซึ่งบางส่วนเป็นตราสารหนี้คุณภาพดีที่ยังไม่ครบกำหนด ทำให้มีความเสี่ยงที่ตราสารหนี้จะครบกำหนดอาจไม่สามารถระดมทุนได้ ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดการตึงตัวในระบบการเงินที่มากขึ้นได้ ดังนั้นการที่พ.ร.ก.ให้อำนาจธปท.รับซื้อ โดยให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามาทำหน้าที่นั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ลามในวงกว้าง แต่ต้องสื่อสารให้ชัดว่า เป็นกองทุนชั่วคราวและไม่ได้ให้ฟรี เมื่อภาวะปกติกลับมา ผู้ระดมเงินทุน ต้องระดมทุนผ่านตลาดปกติ ซึ่งหากวงเงินไม่พอ ธปท.ก็สามารถออกวงเงินใหม่ได้
ทั้งนี้หากเทียบกับธนาคารกลางต่างประเทศ ไม่ว่าจะป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หรือธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะประกาศรับซื้อสินทรัพย์หรือตราสารหนี้โดยไม่จำกัดจำนวนและเป็นการดำเนินการโดยธนาคารกลางเองไม่ต้องให้หน่วยงานอื่นอย่างธนาคารพาณิชย์ เข้าไปรับซื้อก่อน ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อมั่นคือ คนจะกล้าซื้อตราสารหนี้ โดยไม่ต้องใช้เงินกองทุนด้วยซํ้า เพราะทำให้เกิดการซื้อขายตราสารหนี้ระหว่างภาคเอกชนด้วยกันเอง แต่การที่ธปท.กำหนดคุณสมบัติบริษัทที่มีศักยภาพและตราสารหนี้คุณภาพอยู่แล้ว ถือว่า มาถูกทางแล้วเป็นการมองในมุมกว้างขึ้น เพราะธปท.ดูแลเสถียรภาพในตลาดการเงินของประเทศ
“ส่วนตัวไม่สบายใจ เพราะการให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามารับซื้อผ่านตลาดซื้อคืนพันธบัตร(Repo) จะเป็นการเอาความเสี่ยงตลาดตราสารหนี้มาผูกกับระบบธนาคารพาณิชย์ ซึ่งระบบธนาคารพาณิชย์ควรจะมีความเสี่ยงตํ่าเพราะงบดุลของธนาคารพาณิชย์ ยังมีผู้มีเงินฝาก ผู้มีเงินออม ซึ่งเป็นข้อระวังที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต”
นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี (TMB Analytics)กล่าวว่า ที่ผ่านมา Corporate Spread ได้ปรับตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี แม้กระทั่งพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี สะท้อนต้นทุนสูงขึ้นโดยอยู่ที่ระดับ 0.93% จากอดีตที่เคยอยู่ในระดับตํ่ากว่านี้ ทำให้แนวโน้มการออกหุ้นกู้ในระยะข้างหน้าจะมีต้นทุนสูงขึ้น เช่น หุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ AAA ขณะนี้ต้นทุนเกือบ 2% หรือหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ BBB ต้นทุนในการออกหุ้นกู้ขณะนี้เกือบ 3%
สำหรับตลาดหุ้นกู้ในส่วนที่จะครบกำหนดไตรมาส 2 ของปีนี้มีประมาณ 185,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหุ้นกู้ในประเภทธุรกิจ 3 กลุ่มคือ ส่วนใหญ่ 78,000 ล้านบาท เป็นหุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์หรือ ก่อสร้าง รองลงมาเป็นกลุ่มการเงิน 35,000 ล้านบาท และที่เหลือ 33,000 ล้านบาท เป็นธุรกิจภาคบริการ ซึ่งหุ้นกู้ส่วนใหญ่เป็น Investment Grade แต่มองไปข้างหน้า ตลาดหุ้นกู้มีแนวโน้มหดตัว ส่วนหนึ่งเพราะต้นทุนดอกเบี้ยในการออกหุ้นกู้สูงขึ้น โดยผู้ประกอบการหรือบริษัทที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคารพาณิชย์อาจหันมาใช้สินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์มากกว่า
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์การเงินและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางไม่เหมือนเดิมแล้วโดยเห็นได้จากวิกฤติก่อนหน้า ธนาคารกลางหลายประเทศส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนในระบบเศรษฐกิจและการเงิน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้นจึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง และธปท.เพราะตลาดการเงินรอบนี้ มีเรื่องสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้เข้ามาดังนั้นส่วนตัวมองว่า การตั้งกองทุน BSF จะช่วยทำหน้าที่ดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน เพียงแต่ต้องกำหนดวิธีหรือแนวปฏิบัติให้ชัดเจน นอกจากที่ประกาศไว้แล้ว
“แนวทางกองทุน BSF เบื้องต้น ธปท.แสดงให้เห็นถึงการเยียวยาแต่อยู่บนเงื่อนไขในการใช้เงินของกองทุน ซึ่งไม่ง่าย เพียงแต่ยังไม่กำหนดการกู้ตรงให้ชัดเจน แต่อย่างน้อยกองทุนนี้ก็สะท้อนนโยบายธปท.ที่ต้องการหยุดเลือดไหลซึ่งตอนนี้ภาวะตลาดเริ่มดีขึ้น”
หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3566 วันที่ 16-18 เมษายน 2563






