
EIC ชี้มาตรการดูแลตลาดตราหนี้ ช่วยลดความเสี่ยงตลาดหุ้นกู้กลุ่ม BBB
EIC ชี้กองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ ช่วยลดความเสี่ยงตลาดหุ้นกู้ โดยเฉพาะกลุ่มเรตติ้งตั้งแต่ BBB ลงไป ที่จะครบกำหนดอายุไถ่ถอนตั้งแต่ไตรมาส2 ถึงไตรมาส4 ปีนี้ร่วม 1.47 แสนล้านบาท
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยและ corporate spread ปรับสูงขึ้นค่อนข้างเร็ว ทำให้ทั้ง 3 หน่วยงาน (กระทรวงการคลัง,ธปท.และ ก.ล.ต.) ได้ร่วมกันออกมาตรการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องในตลาดการเงินเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2563 โดยมุ่งเน้นเสริมสภาพคล่องให้กับ 1) กองทุนรวมตราสารหนี้ (กองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด) 2)ตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน และ 3)ตลาดพันธบัตรรัฐบาล โดยหลังจากมีการประกาศมาตรการ ในวันที่ 23 มี.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยได้ปรับตัวลดลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 1, 5 และ 10 ปี ปรับลดลง 15 bps. (เหลือ 0.85%), 18 bps. (เหลือ 1.15%) และ 20 bps. (เหลือ 1.49%) ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (Economic Intelligence Center ) หรือ EIC ระบุว่า ความเสี่ยงในตลาดหุ้นกู้ไทยปรับสูงขึ้นบ้างสะท้อนจาก corporate spread ที่เพิ่มขึ้น การจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนจึงอาจช่วยลดความยากลำบากแก่บริษัทที่จะต้องต่อหุ้นกู้ได้บ้าง โดย EIC พบว่า corporate spread ในช่วงที่ผ่านมาปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกู้กลุ่ม BBB ที่ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนความเสี่ยงที่มีมากขึ้นตามแนวโน้มการหดตัวของเศรษฐกิจไทย
EIC จึงได้ใช้ข้อมูลจากสมาคมตราสาหนี้ไทยเพื่อศึกษาความเสี่ยงในการต่ออายุหุ้นกู้ (roll-over risk) พบว่า ในไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 4 ปีนี้จะมีตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ครบกำหนดอายุไถ่ถอนทั้งสิ้น 5.59 แสนล้านบาท จำนวนนี้เป็นหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB ลงไปคิดเป็น 1.47 แสนล้านบาท ทั้งนี้ EIC มองว่าการจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนน่าจะช่วยลดความเสี่ยงด้านนี้ลงได้บ้าง โดยเฉพาะในภาวะที่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและมีความต้องการเข้าซื้อหุ้นกู้ (โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ) ลดลง ทั้งนี้ยังคงต้องจับตามองหากมีความผันผวนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนเพิ่มขึ้น
ด้านนายวศิน วณิชย์วรนันต์ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่าทางสมาคมฯ มีความมั่นใจว่ามาตรการดูแลตลาดตราสารหนี้ที่ออกมา จะสามารถรักษาเสถียรภาพของกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์คุณภาพดีให้อยู่ในระดับปกติ และป้องกันไม่ให้ผู้ถือหน่วยได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าที่ควรโดยไม่จำเป็นได้






