thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยดิ่ง 134.98 จุด ต่ำสุดรอบ 8 ปี 1 เดือน

หุ้นไทยดิ่ง 134.98 จุด ต่ำสุดรอบ 8 ปี 1 เดือน

12 มี.ค. 63 | 09:56 น.

หุ้นไทยปิดลบ 134.98 จุด ต่ำสุดรอบ 8 ปี 1 เดือน วอลุ่มแตะ 1 แสนล้านบาท ต้านไม่ไหวประกาศใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ 30 นาที หลังดิ่งแรง 10% เซ่นไวรัสโคโรนาระบาดหนักทั่วโลก

 

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 มีนาคม  2563 เคลื่อนไหวในแดนลบหนักทั้งวัน โดยลดลงทันทีที่เปิดการซื้อขาย ก่อนมีแรงขายในช่วงบ่ายกดดันดัชนีลดลง 125.05 จุด หรือ 10.00% อยู่ที่ 1,124.84 จุด ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องประกาศพักการซื้อขายชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ระยะเวลา 30 นาที ก่อนเปิดให้ซื้อขายปกติ แต่ดัชนียังลดลงต่อต่ำสุดที่ 154.52 จุด หรือ 12.36% อยู่ที่ 1,095.37 จุด และดัชนีปิดของวันอยู่ที่ 1,114.91 จุด ลดลง 134.98 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 10.80% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 101,652.04 ล้านบาท ปิดต่ำสุดรอบ 8 ปี 1 เดือน จากวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 ปิดที่ 1,112.91 จุด ขณะที่ ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,187.39 จุด

 

หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

AOT ปิดที่ 52.75 บาท ลดลง 7.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7,068.79 ล้านบาท

PTT ปิดที่ 26.50 บาท ลดลง 2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6,872.22 ล้านบาท

CPALL ปิดที่ 61.75 บาท ลดลง 4.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6,830.03 ล้านบาท

BAM ปิดที่ 20.30 บาท ลดลง 3.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6,360.81 ล้านบาท

GULF ปิดที่ 131.00 บาท ลดลง 20.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,526.52 ล้านบาท

 

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยจะเป็นอย่างไรต่อ เพราะสถานการณ์ไวรัสโคโรนายังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ โดยตลาดหุ้นไทยปัจจุบันยังไม่เสถียร นักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อควรรอให้ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2-3 วัน ส่วนนักลงทุนที่ยังถือหุ้นและต้องการลดพอร์ต ในช่วงนี้ยังสามารถขายทำกำไรได้

อย่างไรก็ตาม มองว่าปัจจัยที่จะทำให้ตลาดหุ้นกลับมาฟื้นตัวได้ คือ ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบในระดับที่ลดลง, ประเทศต่างๆ ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเรียกความเชื่อมั่นรอบใหม่, มีความชัดเจนของวัคซีน และการตรวจสอบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา และการติดเชื้อในประเทศต้องเริ่มนิ่ง ทั้งนี้ จะทำให้การลดลงของดัชนีหุ้นลดระดับ และค่อยๆ เบาบางลง แต่อาจจะไม่ถึงกับเป็นบวก

ด้านบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สถิติในอดีต พบว่าหลังจากเกิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ทั้ง 3 ครั้ง ดัชนีหุ้นไทยจะฟื้นขึ้นต่อเนื่องทุกครั้ง โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์หลังจากนั้น จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 10.3% ขณะที่ ปัจจุบันตลาดปรับฐานมาแล้วกว่า 29% ลดลงมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ซึ่งลดลงมากกว่า EPS ปี 2563 ที่ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการลดลง 14.6% มาอยู่ที่ 79.62 บาทต่อหุ้น ดังนั้นการปรับฐานแรงของตลาด ณ ปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ามีแรงขายจากความกังวลผสมเข้าไปพอสมควร ทำให้เชื่อว่า หากปัจจัยกดดันต่างๆ เริ่มคลี่คลาย รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นขึ้นมา น่าจะช่วยให้ตลาดยังมีความหวังฟื้นตัวดังสถิติในอดีตตามสมควร