thansettakij
thansettakij
 สถานการณ์ คริปโตเคอร์เรนซี กับสภาวะโลกปัจจุบัน

 สถานการณ์ คริปโตเคอร์เรนซี กับสภาวะโลกปัจจุบัน

25 ก.พ. 63 | 07:12 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 64 | 17:49 น.

โลกกำลังหมุนไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง เหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย แม้จะเพิ่งก้าวเข้าปี 2020 ได้ไม่ถึง 2 เดือนดี ก็มีเรื่องให้ต้องรับมือไม่หยุดหย่อน การประท้วงในฮ่องกงยังคงดำเนินต่อไปและยังมองไม่เห็นข้อสรุปที่ชัดเจน การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในด้านต่างๆ

การแพร่ระบาดของโรคนี้ก่อผลกระทบต่อแวดวงคริปโตเคอร์เรนซีเช่นกัน การประชุมคริปโตเคอร์เรนซีหลายแห่งต้องเลื่อนออกไป บริษัทบล็อกเชนที่มีฐานในฮ่องกงอย่าง Bitspark ก็ปิดตัวลง เพราะสถานการณ์บีบบังคับทั้งโรคระบาดและการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ส่วนบริษัทขุดเหรียญอย่าง Bitmail MicroBT และ Canaan ก็ต้องออกมาประกาศความล่าช้าในการให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสนี้เช่นกัน

จีนใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน รับมือกับสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ปล่อยแอพพลิเคชันทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนออกมาช่วยต้านภัยโรคระบาดแล้ว กว่า 20 แอพพลิเคชัน ทั้งการเก็บข้อมูลการรักษา ตรวจสอบการซื้อขายเวชภัณฑ์และให้คำปรึกษาประชาชนโดยเน้นการจัดการข้อมูลประชากร หลังจากประชาชนส่วนใหญ่ต้องกลับมาเริ่มทำงานอีกครั้ง หลังวันหยุดตรุษจีน  ขณะเดียวกันก็มีการรณรงค์ให้พยายามลดหรืองดใช้เงิดสดอย่างธนบัตรและเหรียญ และหันไปพึ่งพาเงินอิเล็กทรอนิกส์แทนเพื่อช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

การประท้วงในฮ่องกงกระทบถึงตลาดการเงินของจีน แต่คริปโตเคอร์เรนซีกลับเป็นที่ต้องการมากขึ้น

ขณะที่ฮ่องกงยังคงตึงเครียดไปด้วยบรรยากาศการประท้วงจนถึงทุกวันนี้ ความกังวลของนักลงทุนในความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในฮ่องกงรวมกับสถานการณ์โรคระบาด ส่งผลให้หุ้นใน Hang Seng Index และค่าเงินของฮ่องกงตกลงมาเรื่อยๆ แต่คริปโตเคอร์เรนซีกลับเป็นที่ต้องการมากขึ้น เมื่อแรกเริ่ม การชุมนุมบิตคอยน์ในฮ่องกองมีค่า 160 USD และเมื่อการประท้วงยาวนานออกไป มูลค่าของบิตคอยน์ก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสูงสุดแตะอยู่ที่ 11,477.34 USD สิ่งนี้บ่งบอกถึงอุปสงค์ของบิตคอยน์ที่เพิ่มขึ้นไม่หยุดในฮ่องกงและนั่นก็สื่อถึงความไม่มั่นใจที่ประชาชนมีต่อระบบการเงินของรัฐบาล

 สถานการณ์ คริปโตเคอร์เรนซี กับสภาวะโลกปัจจุบัน

 

คริปโตเคอร์เรนซีมีบทบาทในฮ่องกงมานานแล้ว เนื่องจากไม่ได้ถูกแบนเหมือนกับในจีนแผ่นดินใหญ่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงคริปโตเคอร์เรนซีได้โดยง่าย จึงเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แน่นอนหากว่าวันหนึ่งฮ่องกงจะต้องกลับไปรวมกับจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้น นักลงทุนจึงเชื่อมั่นในคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งดูจะเป็นสินทรัพย์ที่มีความเป็นสากลไม่ผูกกับค่าเงินของประเทศใดๆ ที่ต้องผูกมูลค่าอยู่กับการควบคุมของธนาคารกลางและรัฐบาล

หนำซํ้าข้อได้เปรียบของสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนรองรับ ก็คือ ความปลอดภัยความเร็ว ค่าธรรมเนียมที่ตํ่าการเก็บที่ง่ายดาย และ “การที่มันอยู่ในยุคดิจิทัล” มันจะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานที่มากขึ้นอีกในอนาคต

จากบทความของนิตยสาร Konzept ที่ตีพิมพ์โดย Deutsche Bank กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของสกุลเงินธรรมดาในตอนนี้คือ การที่กลุ่มอำนาจที่ควบคุมสกุลเงินธรรมดานั้นเริ่มอ่อนแอลงตลอดทศวรรษที่แล้วและทศวรรษหน้ากลุ่มอำนาจเหล่านั้นอาจจะพังทลายลงในที่สุด Deutsche Bank วิเคราะห์ว่า ในทศวรรษใหม่นี้อาจจะเป็นจุดจบของสกุลเงินธรรมดา (Fiat Money) ก็เป็นได้

 

เมื่อสกุลเงินธรรมดา (Fiat Currency) ไม่ได้ถูกคํ้าประกันมูลค่าด้วยทรัพย์สินอื่น แต่กลับขึ้นกับนโยบายเศรษฐกิจและการเมือง จึงมักจะทำให้เกิดปรากฏการณ์เงินเฟ้อได้ง่ายๆ เช่น รัฐบาลที่ตีพิมพ์เงินออกมาได้ตามใจชอบเพราะสกุลเงินของรัฐบาลนั้นไม่จำเป็นต้องหนุนโดยทองคำจริงๆ ส่งผลให้เงินในตลาดมีมากและนำไปสู่เงินเฟ้อในที่สุด

ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจได้เห็นการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี เป็นเรื่องสากลมากขึ้นและเป็นคู่แข่งของเงินสกุลธรรมดาในที่สุด

“อย่างไรก็ตาม ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงไปจนถึงเสี่ยงสูงมากโปรดใช้สติและวิจารณญาณในการลงทุน”

หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,552 วันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2563