thansettakij
thansettakij
HSBC  ดิ้นลดต้นทุน   1.4แสนล้าน

HSBC ดิ้นลดต้นทุน  1.4แสนล้าน

19 ก.พ. 63 | 04:23 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 64 | 12:08 น.

เอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ ธนาคารยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษ ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ตั้งเป้าลดต้นทุนลง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังผลกำไรหาย 33% จากวิกฤติประท้วงในฮ่องกงยืดเยื้อ ซํ้าเติมด้วยโควิด-19 ที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของธนาคารในปีนี้

 

 

การลดต้นทุนของ เอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ ธนาคารใหญ่ที่สุดของยุโรปในด้านมูลค่าสินทรัพย์ หมายรวมถึงการปรับลดจำนวนพนักงานลง 35,000 คน หรือราว 15% ของจำนวนพนักงานเอชเอสบีซีทั่วโลกภายในระยะ 3 ปีข้างหน้า ตัวเลขที่แท้จริงยังอาจมีการปรับเปลี่ยน แต่เอชเอสบีซีตั้งเป้าลดจำนวนพนักงานจากปัจจุบันที่ระดับ 235,000 คน ให้เหลือใกล้ระดับ 200,000 คนภายในเวลา 3 ปี

เดอะ การ์เดี้ยน สื่อใหญ่ของอังกฤษรายงานว่า ปัจจุบัน เอชเอสบีซีมีสาขาใน 64 ประเทศทั่วโลก ยังไม่แน่ชัดว่าการปรับลดจะกระทบภูมิภาคใดมากที่สุด แต่คาดว่า ธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment banking) ของเอชเอสบีซีในอังกฤษ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่และมีการจ้างงานถึง 40,000 คนน่าจะเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก  ส่วนแผนกอื่นๆ ที่คาดว่าจะกระทบยังได้แก่แผนกตราสารหนี้ ทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ โดยสื่อต่างประเทศระบุว่า เอชเอสบีซีมีแผนจะลดจำนวนสาขาในสหรัฐฯลง 1 ใน 3 ของที่มีอยู่  เตรียมขายหน่วยธุรกิจในฝรั่งเศส และถอนธุรกิจออกมาจากประเทศตุรกี รวมทั้งภูมิภาคอเมริกาใต้ที่ทำกำไรให้ธนาคารได้น้อย เพื่อหันมาเน้นตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะในจีน และฮ่องกง รวมถึงตลาดตะวันออกกลางแทน เนื่องจากเอชเอสบีซีสามารถทำรายได้ 49% และทำกำไร 90% จากภูมิภาคดังกล่าว

การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่นี้ เป็นความพยายามล่าสุดที่จะฟื้นฟูกิจการของธนาคารนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินโลก นอกจากนี้ เอชเอสบีซียังคงสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งซีอีโอถาวร ขณะที่นายโนเอล ควินน์ ซีอีโอรักษาการ ซึ่งบริหารงานอยู่ในปัจจุบัน จะต้องโน้มน้าวให้คณะกรรมการบริหารเชื่อว่า เขาเป็นบุคคลที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งซีอีโอ “ธุรกิจบางส่วนของธนาคารไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ดังนั้น ธนาคารจะต้องปรับแผนเพื่อ
เพิ่มผลตอบแทนให้กับนักลงทุนและสร้างแพลตฟอร์มใหม่สำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน” นายควินน์ระบุในแถลงการณ์

HSBC  ดิ้นลดต้นทุน   1.4แสนล้าน

 

ในปี 2562 เอชเอสบีซี มีกำไรก่อนหักภาษีลดลง 33% สู่ระดับ 13,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 10,200 ล้านปอนด์) เมื่อเทียบกับที่เคยทำได้เกือบๆ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2561 ซึ่งหลักๆ เป็นผลจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์กว่า 7,300 ล้านดอลลาร์ของธนาคารเอชเอสบีซีในยุโรปและภูมิภาค อื่นๆ  นอกจากนี้ สภาวะความปั่นป่วนทางการเมืองในฮ่องกง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของเอชเอสบีซี ยังทำให้ราคาหุ้นของธนาคารซึ่งซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงลดลงราว 2% 

การประกาศปรับโครงสร้างของเอชเอสบีซีเกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมถึงแนวโน้มดอกเบี้ยที่ปรับลดลงทั่วโลกทำให้ธุรกิจปล่อยสินเชื่อทำกำไรได้น้อยลง นอกจากนี้ การประท้วงที่ยืดเยื้อหลายเดือนในฮ่องกงก็ยังไม่ยุติลง ขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนที่แพร่กระจายออกไปทั่วโลกกลายมาเป็นปัจจัยลบที่เข้ามาซํ้าเติม โดยเฉพาะสัดส่วนการติดเชื้อที่พุ่งสูงในประเทศแถบเอเชียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของเอชเอสบีซี นักวิเคราะห์ชี้ว่าการที่ยังไม่มีการแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างเป็นทางการก็เป็นสิ่งชี้วัดอย่างหนึ่งว่าการปรับโครงสร้างการบริหารภายในองค์กรของเอชเอสบีซีเองนั้นยังไม่นิ่งและแสดงถึงความไม่แน่นอนในอนาคต เนื่องจากนายควินน์ ซึ่งเป็นซีอีโอรักษาการและเป็นผู้ประกาศแผนปรับโครงสร้างธุรกิจเมื่อวันอังคาร (18 ก.พ.) อาจไม่ใช่บุคคลที่จะกุมบังเหียนการเปลี่ยนแปลงหากเขายังไม่ได้รับการแต่งตั้ง

หน้า 1  ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,550 วันที่ 20 - 22 กุมภาพันธ์ 2563

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market