thansettakij
thansettakij
จาก "ซาร์ส" สู่ "อู่ฮั่น" กับผลกระทบต่อทองคำ

จาก "ซาร์ส" สู่ "อู่ฮั่น" กับผลกระทบต่อทองคำ

07 ก.พ. 63 | 02:35 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 63 | 09:54 น.

ในปี 2003 เกิดการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ ซาร์ส (SARS; Severe Acute Respiratory Syndrome) โดยจุดเริ่มต้นของการพบผู้ป่วยซาร์สครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน  2002 ที่มณฑลกวางตุ้งของจีน ก่อนจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 จากจีนไปสู่ฮ่องกงและระบาดต่อเนื่องไปอีก 30 ประเทศทั่วโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากซาร์สมากถึง 774 คนทั่วโลก จากจำนวนผู้ป่วย 8,098 คน

เกือบ 17 ปีให้หลัง ทั่วโลกได้รู้จักกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ โดยต้นกำเนิดของการระบาดมาจากเมืองอู่ฮั่นของจีน จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” นั่นเอง คำถาม คือ การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างไร YLG จึงขอย้อนความทรงจำของนักลงทุนไปสู่ปี 2003 เพื่อนำสถิติในอดีตมาเทียบเคียงกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

จากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงการระบาดของซาร์ส ทำให้สามารถประเมินว่า ผลกระทบจากการระบาดของโรคต่อทองคำ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งทางบวกและลบ ในทางบวกนั้น มาจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอันเนื่องจากความวิตกว่า การระบาดของโรคจะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคม 2002-เมษายน 2003 ที่เกิดความวิตกเกี่ยวกับซาร์สสูงที่สุด ในครั้งนั้น ราคาทองคำทะยานขึ้นจาก 318.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2002 สู่ระดับ 339.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ในสิ้นเดือนเมษายน 2003 หรือ เพิ่มขึ้น 6.48% โดยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวที่ 388.5 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 หรือเพิ่มมากสุดถึง 21.94%

จาก "ซาร์ส" สู่ "อู่ฮั่น" กับผลกระทบต่อทองคำ

 

ส่วนผลกระทบในทางลบนั้นเกิดขึ้นต่อปริมาณความต้องการบริโภคทองคำของจีน เนื่องจากจีนเป็นผู้บริโภคทองคำอันดับ 1 ของโลก และหากย้อนกลับไปดูช่วงไตรมาส 2 ปี 2003 ที่เกิดการระบาดของซาร์ส จะเห็นได้ชัดว่า ตัวเลขปริมาณความต้องการบริโภคทองคำของจีนช่วงเวลาดังกล่าวลดลงเกือบ 1 ใน 3 จากไตรมาสก่อนหน้า จากระดับ 63.2 ตันในไตรมาส 1 สู่ 44.6 ตันในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2003 ก่อนที่ปริมาณความต้องการบริโภคทองคำของจีนจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 3 สู่ระดับ 58.6 ตัน ซึ่งเป็นช่วงหลังจากสิ้นสุดการระบาดของซาร์ส

แม้ข้อมูลทางสถิติบ่งชี้ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ คิดเป็นเพียง 2.2% จากยอดผู้ติดเชื้อเท่านั้น ต่ำกว่าช่วงเกิดโรคซาร์ส ซึ่งพบยอดผู้เสียชีวิตมากถึง 9.56% จากยอดผู้ติดเชื้อ แต่การระบาดของโรคได้สร้างความวิตกให้กับนักลงทุน และหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นวงกว้าง ซึ่งรวมถึงทองคำ เนื่อง จากยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่พุ่งทะลุแซงหน้าซาร์ส ขณะที่ปัจจุบัน จีนมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก นอกจากนี้เศรษฐกิจจีนยังคิดเป็นสัดส่วนถึง 17% ของ GDP โลก ดังนั้นมูลค่าความเสียหายจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจมากกว่าเม็ดเงินที่สูญเสียไปในช่วงการระบาดของซาร์ส ถึง 3-4 เท่า ดังนั้น นักลงทุนยังคงเฝ้าระวังสถาน การณ์อย่างใกล้ชิด

ตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนว่า การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นสามารถควบคุมได้แล้ว ราคาทองคำก็มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนต่อไป แม้ว่าการระบาดของโรคจะกระทบต่อความต้องการบริโภคทองคำของจีนอยู่บ้างก็ตาม

หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,546 วันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2563