thansettakij
thansettakij
กลุ่มทิสโก้โชว์ผลงาน9 เดือนกำไร 5.4 พันล้านบาท

กลุ่มทิสโก้โชว์ผลงาน9 เดือนกำไร 5.4 พันล้านบาท

12 ต.ค. 62 | 05:32 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 62 | 12:36 น.

กลุ่มทิสโก้เผยผลประกอบการงวด 9 เดือน  มีกำไรสุทธิ  5,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% ขณะที่กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2562 อยู่ที่ 1,878 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.5%

นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 มีกำไรสุทธิ 5,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 115 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.2%  ขณะที่ผลการดำเนินงานสำหรับงวดไตรมาส 3 ของปี 2562 มีกำไรสุทธิ 1,878 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 63 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.5% 

ทั้งนี้ผลกำไรสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักที่ยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะธุรกิจแบงก์แอสชัวร์รันส์ที่สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในส่วนของภาพรวมสินเชื่อของกลุ่มทิสโก้ทรงตัว จากผลกระทบของอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัว ซึ่งเห็นได้จากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่เติบโตในระดับที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี สินเชื่อจำนำทะเบียนยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะสินเชื่อที่ปล่อยผ่านช่องทาง “สมหวัง เงินสั่งได้” ซึ่งเติบโตกว่า 20% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้

ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับตัวลดลง จากการบริหารความเสี่ยงที่ดี ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.8% ขณะที่การตั้งสำรองหนี้เผื่อสงสัยจะสูญปรับตัวลดลงในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นไปตามคุณภาพของสินเชื่อ ทำให้ระดับเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 169.0% กลุ่มทิสโก้ยังสามารถรักษาระดับอัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้อยู่ในระดับสูงที่ 20.6% ไว้ได้

“สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง จากการชะลอตัวลงของอุปสงค์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้เราปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 2.9% "นายสุทัศน์ กล่าว  

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้งวดไตรมาส 3 ของปี 2562 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 1,878 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% โดยในไตรมาสนี้ บริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจากการลดลงของกำไรพิเศษจากเงินลงทุนซึ่งรับรู้ในไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักยังคงเติบโตได้ดี ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับธุรกิจตลาดทุนในสภาวะตลาดทุนที่ผันผวน บริษัทตั้งสำรองหนี้สูญลดลง เป็นไปตามคุณภาพของสินเชื่อ ในขณะที่ยังคงรักษาระดับสำรองส่วนเกินที่เพียงพอ

ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2562 เมื่อเทียบกับ 9 เดือนของปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 5,405 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงจากการขายสินเชื่อส่วนบุคคลไปในปีก่อนหน้า รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจสินเชื่อ ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับธุรกิจตลาดทุน และกำไรพิเศษจากเงินลงทุนและการขายธุรกิจบัตรเครดิต อย่างไรก็ดี การตั้งสำรองหนี้สูญลดลง เป็นไปตามคุณภาพของสินเชื่อ และการลดระดับการตั้งสำรองส่วนเกินลง เพื่อเตรียมพร้อมตามแนวทางของมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ TFRS 9

เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีจำนวน 240,742 ล้านบาท อ่อนตัวลง 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของสินเชื่อรายย่อย และการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประกอบกับสินเชื่อจำนำทะเบียน ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 6.6% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามแผนการขยายธุรกิจและการขยายสาขาสำนักอำนวยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.8% ในขณะที่บริษัทยังคงรักษาระดับเงินสำรองหนี้สูญที่เพียงพอ โดยมีเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 169.0% และอัตราส่วนของเงินสำรองรวมของธนาคารต่อสำรองพึงกันตามเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ที่ 220.5%

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาโดยตลอดทั้งปี โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 23.2%  สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.3% และ 4.9% ตามลำดับ