thansettakij
thansettakij
สรรพสามิต เอาแน่ 1 ต.ค.รีดภาษีบุหรี่ 40%

สรรพสามิต เอาแน่ 1 ต.ค.รีดภาษีบุหรี่ 40%

28 มี.ค. 62 | 09:25 น.

 

โรงงานยาสูบเร่งศึกษาสายพันธุ์กัญชง ก่อนส่งเสริมปลูกทดแทนยาสูบ เหตุขึ้นภาษีสรรพสามิตกระทบทั้งระบบ ตลาดถูกกฎหมายหดตัว ใบยาล้นสต๊อกถึงปี 66 ต้องลดซื้อใบยา ด้านสรรพสามิตลั่นเดินหน้าต่อ แม้จะเสี่ยงของผิดกฎหมายทะลัก   

พรรคภูมิใจไทยถูกวางเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้งปี 2562 ที่พลิกความคาดหมายสามารถคว้าเก้าอี้ส.ส.เบื้องต้นได้ถึง 51 ราย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า คะแนนเสียงที่ได้มาจากนโยบายการส่งเสริมการปลูกกัญชาเสรี หลังจากราชกิจจานุเบกษาประกาศพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งจะมีผลให้ประชาชนสามารถใช้กัญชาและพืชกระท่อมเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและประโยชน์ทางการแพทย์ได้

ดังนั้นกัญชาจึงถูกมองว่า น่าจะเป็นอีกพืชเศรษฐกิจที่จะได้รับการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกได้ เพราะแม้แต่กรมสรรพสามิตเองก็ได้นำเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตพืชกัญชา เพื่อให้มีกฎหมายรองรับในอนาคต หากมีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในเชิงพาณิชย์ได้ก็จะสามารถจัดเก็บภาษีได้ทันที

สรรพสามิต เอาแน่ 1 ต.ค.รีดภาษีบุหรี่ 40%

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการส่งเสริมให้มีการปลูกกัญชาเพื่อการพาณิชย์ โรงงานยาสูบได้วางแผนที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกัญชงทดแทนรายได้ที่หายไปจากการลดโควตารับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกร หลังจากได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 ในอัตรา 1.2 บาทต่อมวน และแบ่งเป็น 2 ขั้นคือบุหรี่ราคา ตํ่ากว่า 60 บาทต่อซองเสียภาษีมูลค่าในอัตรา 20% และที่มีราคาเกิน 60 บาทจะเสีย 40% และในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 นี้จะเสียในอัตราเดียวทุกราคาคือ 40%

นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการ การยาสูบแห่งประเทศไทย(ยสท.)เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบได้ทดลองปลูกกัญชง แต่เจอปัญหาว่า สายพันธุ์ที่เหมาะที่มีมูลค่ายังไม่มีในไทย ที่ทดลองเป็นสายพันธุ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ จึงวิจัยร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(Nectec) ที่จะปลูกกัญชง โดยจะเพาะจากยีนของสายพันธุ์ที่มี CBD (cannabidiol)สูงจากต่างประเทศ ในการทดสอบสภาพแวดล้อมเมืองไทยว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ หรืออาจจะต้องนำเข้าสายพันธุ์จากต่างประเทศ เช่น แคนาดา จากนั้นจึงจะไปส่งเสริมให้ชาวไร่ยาสูบปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจทดแทนยาสูบ เพราะจากสต๊อกที่มี 50-68 ล้านกิโลกรัมจะสามารถใช้ไปได้ถึงปี 2566ทำให้โรงงาน ยาสูบไม่สามารถรับซื้อใบยาสูบเพิ่มได้

สรรพสามิต เอาแน่ 1 ต.ค.รีดภาษีบุหรี่ 40%

“เราเตรียมการตรงนี้ เพราะเราต้องการให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหลักที่จะเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรได้เนื่องจากสามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภททั้งทางการแพทย์และเครื่องสำอาง ซึ่งมีความต้องการสูงมากในตลาดต่างประเทศ เพราะคุณสมบัติดีกว่าโอเมก้า 3 ขณะที่กัญชายังไม่มีการปลูกในไทย จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเป็นพืชควบคุมเรื่องของตลาดแค่ไหน ขณะที่กัญชงทุกวันนี้ใช้กันอยู่”

สำหรับการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต นางสาวดาวน้อยกล่าวว่า ยสท.ได้เสนอข้อเท็จจริงทั้งประชาชนทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ขณะเดียวกันยังได้ปรับตัวรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นวันนี้ถ้าพูดเรื่องภาษีในแง่การทำงานได้เตรียมแผน รองรับทุกรูปแบบและคาดว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการปลูกกัญชง ช่องทางการขายใบยาเพิ่มขึ้น เริ่มทำการค้ากับต่างประเทศให้ชัดเจนขึ้นและใช้กำลังการผลิตที่เหลือรับจ้างผลิตยาสูบและรับจ้างพิมพ์ซองบุหรี่ เชื่อว่าภายใน 3 ปียาสูบจะกลับมาเป็นยาสูบที่เข้มแข็งได้

“ในแง่การทำธุรกิจยาสูบเหมือนกับว่าเพิ่งเข้าสู่วงการของการเป็นนักธุรกิจจริงๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายภาษีใหม่ อย่างไรเสีย ในช่วง 2-3 ปีแรกก็ต้องเป็นแบบนี้ เพราะในแง่ความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจ ต้องยอมรับว่า เราสู้กับต่างชาติไม่ได้ เพราะเขาทำธุรกิจในหลายประเทศมากกว่า เราไม่ถนัดขนาดนั้น จึงต้องมาเตรียมการในสิ่งที่เราถนัดทั้งการเป็นตัวแทนขายใบยา รับจ้างผลิตและในอนาคตมีแผนที่จะผลิตยาเส้นด้วย แต่ยาเส้นต้องทำจากใบยาสูบไม่สามารถใช้จากสต๊อกใบยาที่มีได้ ดังนั้นวันนี้จะขึ้นหรือไม่ขึ้นภาษียาสูบก็ได้ เพราะถือว่าเราได้เดินทางไกลแล้ว”

อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับขึ้นภาษีีสรรพสามิตเป็น 40% จะทำให้ตลาดรวมลดลงจาก 32,000 ล้านมวนเหลือ 19,000 ล้านมวน และโรงงานยาสูบจะต้องปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นเป็นซองละ 93 บาททันที ไม่เช่นนั้นจะไม่มีกำไร เพราะต้นทุนภาษีต่างๆของยาสูบ ทั้งสรรพสามิตและจัดสรรให้กับกองทุนต่างๆจะสูงถึง 78 บาทต่อซอง ที่เหลือเป็นค่าการตลาด ซึ่งยสท. มีค่าการตลาดเพียง 15 บาท และจะทำให้มีกำลังผลิตและจำหน่ายบุหรี่ประมาณ 8,500 ล้านมวน ส่วนแบ่งการตลาดเหลือ 50% จากปัจจุบัน 18,000 ล้านมวน ส่วนแบ่งการตลาด 60% และคาดว่าจะมีกำไร 400-500 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ที่มีกำไร 900 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 20 เท่าตัว เมื่อเทียบกับกำไรก่อนการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยเฉพาะในปี 2560 ที่เคยมีกำไรสูงกว่า 9,800 ล้านบาท

ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ณ วันนี้ ถ้าให้กรมสรรพสามิตยืนยัน หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2562 จะมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบเป็นอัตราเดียวที่ 40%  ทั้งที่ไม่อยากให้เป็นเพราะจะเกิดปัญหาเรื่องผิดกฎหมายและความเสี่ยงที่จะเกิดการเลี่ยงภาษีรุนแรงขึ้นและเกษตรกรยังได้รับผลกระทบจากการลดซื้อใบยาสูบจากโรงงานยาสูบด้วย แม้จะมองเป็นเรื่องของสุขภาพก็ตาม 

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,456 วันที่ 28-30 มีนาคม 2562

สรรพสามิต เอาแน่ 1 ต.ค.รีดภาษีบุหรี่ 40%